Calendar
 
   
 
Diary Update
 
 
What To Expect ..
But not my turn (yet)
Harder Week
Hard Week
ทริปอิ่มหนำที่อัมพวา
eBook Experience
May 27th, 2012
Entertain (?)
ยัง(มีงานทำ)อยู่
เริ่มต้นใหม่กับเมษายน
I HATE MARCH
มหาสารคาม ไป-กลับ
Happy Day w. Namwhaan & Tim
Undesirable answer ...
Warsaw Trip (10) : Pa Pa, Warszawa!
Warsaw Trip (9) : Monuments and Bloody Full moon
After-wedding Incident
The Wedding of P&J: PARTY
The Wedding of P&J: Thai Ceremony
มีนามาอีกแล้ว :|
โรคเลื่อน
เข้าวัด
Very Difficult
ณ ที่พักสงฆ์ กม. ๒๗

 
 
Favourites Diary
 
  nunakuzaa
wittenham
cubic world
pingping
durian
chronus
oni
highway
nongjasper
coliocat
oattoto
milk
noon
anni
bas
foxy baby
returntoretro
 
 



 

ทริปอิ่มหนำที่อัมพวา
10.06.12

จนใครต่อใครเค้าไปอัมพวามากันไม่รู้กี่หนแล้ว เราก็เพิ่งจะเคยไปเป็นครั้งแรกในชีวิตเมื่อวานนี้นี่เอง

มันเริ่มจากแก๊งค์เรียนแปล (แม้จะเรียนไม่จบ แต่มิตรภาพกับกลุ่มที่เคยเรียนด้วยกันยังยั่งยืนนะเออ) เจอกันแล้วเปรยๆ ว่าอยากไปเที่ยวแต่ว่าไม่มีเวลา เพื่อนก็เลยนำเสนอว่า อัมพวาไหม? ใกล้ๆ คืนเดียวก็อยู่

คุยกันง่ายๆ ตกลงกันง่ายๆ แล้วก็เดินทางกันง่ายๆ ในสายๆ วันเสาร์ :)

ทริปนี้พลขับคือต้น ซูบารุแดงคันนี้เคยพาเราไปบ้านเพมาแล้วเมื่อประมาณสามปีก่อน ครั้งนี้ระยะทางสั้นกว่าเดิมเยอะ กรุงเทพ-สมุทรสงคราม จิ๊บๆ เนาะ มีผู้ร่วมทริปสามคน สาว สาว สาว - ต้น หวาน กวัก

จุดหมายปลายทางแรก กินปูนึ่งที่ร้านเกษร ตำบลคลองโคน บรรยากาศก็บ้านๆ เลย ไม่ได้มีการตกแต่งอะไร สำคัญแค่อาหารอร่อยก็สมใจแล้ว กวักโทรไปแจ้งความจำนงไว้ตั้งแต่ยังไม่พ้นเขตกรุงเทพ เอาให้ชัวร์ว่าจะมีปูตัวใหญ่กินแน่ๆ พอข้ามแม่น้ำแม่กลองก็โทรไปบอกอีกหนนึง พอไปถึงร้านนั่งรออีกแป๊บเดียวก็ได้กิน ปูตัวใหญ่และอร่อยสมการรอคอยมาก ปลื้มที่สุดก็คงเป็นกระดองนี่หละ ควักมันปูไปคลุกข้าวกิน แค่นี้ก็บรรลุแล้ว เสียดายว่าไปแค่สามคน อยากจะกินมากอย่างกว่านี้ แต่ก็เกรงว่าจะเหลือทิ้ง นอกเหนือจากปูนึ่งนมสดแล้ว เลยสั่งมาแค่กุ้งเผา หมึกนึ่งมะนาว ยำชะคราม แล้วก็ไข่เจียวปู กินอิ่มซื้อกะปิกลับไปคนละโลครึ่งโล ตอนที่ซื้อนี่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากะปิคือของดีของคลองโคนเค้า (มีใครรู้บ้าง?)

จากนั้นก็มุ่งหน้าเข้าที่พัก เพียวเคยพูดให้ฟังนานแล้ว ว่าโฮมสเตย์ที่ชื่อบ้านสวนระเบียงน้ำนี่ดีมาก คราวนี้เลยไม่เลือกไม่เปรียบเทียบที่ไหนเลย ดิ่งโทรไปจองแล้วก็ได้บ้านพักมาหลังนึง ราคา ๑,๕๐๐ บาท พักได้ ๓ คนพอดี ที่ตั้งมันจะอยู่เลยจากตลาดน้ำไปหน่อย ซึ่งเราว่าดี มันสงบ ไม่พลุกพล่าน บรรยากาศริมน้ำก็งามดี ไม่เหมือนพวกที่อยู่ในเขตตลาด แบบนั้นอาจจะได้อีกบรรยากาศนึงล่ะนะ แต่สำหรับเรา เราว่ามันหนวกหูเสียงสารพัด และคงลายตากับผู้คนจนไม่เป็นอันผ่อนคลาย

ที่บ้านสวนระเบียงน้ำนี้มีบ้านพักอยู่แค่สามหลังเท่านั้น ทำน้อยๆ ดูแลทั่วถึง แบบนี้ไง ใครๆ ถึงได้ประทับใจ สภาพบ้านก็ทำดีอ่ะ ในห้องมีเตียงใหญ่ นอนได้สองคน มีที่นอนเสริมมาให้นอนพื้นได้อีกสองคน ห้องน้ำสะอาด สะดวก ทีวี ตู้เย็น แอร์พร้อม หน้าบ้านนั่งเล่นได้ ริมน้ำมีโต๊ะให้เป็นการส่วนตัว บ้านละโต๊ะ แถมไปถึงปั๊บ มีฝรั่งมาเสิร์ฟปุ๊บหนึ่งจาน ลูกใหญ่และหวานกรอบได้ใจมากๆ

พวกเราเก็บของอยู่แป๊บนึง ฝนตกลงมาหน่อย แต่ก็ไม่ยั่น ออกไปชมตลาดกันต่อเลย เอารถไปจอดที่วัดภุมรินทร์ ตัดปัญหาเรื่องหาที่จอดรถในเขตตลาด เสร็จแล้วก็นั่งเรือข้ามฟากไป คนละ ๕ บาท จากนั้นก็เดิน เดิน เดิน เพลินตากับอาหารและข้าวของที่ขายอยู่ริมน้ำซะจนเลือกซื้อไม่ถูกเรย เราเน้นไปทีเรื่องกินกันซะมาก เห็นอะไรมันก็น่ากินไปหมดอ่ะ ไม่ผิดเลยถ้าจะบอกว่าการมาเที่ยวครั้งนี้เน้นกิจกรรมกินๆ เป็นหลัก

เดินเล่นรอทุ่มนึงลงเรือไปดูหิ่งห้อย นี่ก็ครั้งแรกในชีวิตอีกเหมือนกัน ก็เกิดและโตกรุงเทพอ่ะนะ จะไปหาหิ่งห้อยจากไหนดู? เอิ๊กๆๆ ค่าลงเรือก็คนละ ๖๐ บาท เรือรอบละประมาณหนึ่งชั่วโมง รอบค่ำนี่จะไม่มีแวะวัดละ เราว่าก็ดีนะ ต่อให้ไม่มีหิ่งห้อยมาเป็นตัวชูโรง เราก็ยังว่าดีอยู่ดี แค่ได้ลงเรือล่องแม่น้ำแม่กลอง แถมเป็นตอนกลางคืน มืดตึ๊ดตื๋ออีกตะหาก ก็ได้ปล่อยอารมณ์เพลินๆ ดี ไม่ติดใจสงสัยไรทั้งนั้น ว่าหิ่งห้อยจริงหรือไฟกระพริบ เอาว่าเราพอใจกับบรรยากาศที่ได้รับก็คุ้มละ

คืนวันเสาร์จริงๆ หมายมั่นปั้นมือว่าจะไปเชียร์เยอรมันที่อัมพวา ปรากฏว่าทีวีที่บ้านพักเป็นทรูวิชั่นส์ จ๋อย อดดูไปตามระเบียบ แต่ก็ดีเหมือนกัน เพราะรู้สึกว่าเหนื่อยแฮะ เหนื่อยไรไม่รุ เดินเยอะ? กินเยอะ? แต่สรุปว่าหมดแรง นอนก็ดีแหละ เพราะเช้าวันนี้ต้องตื่นแต่เช้ามารอตักบาตร ทางนี้ยังมีพระพายเรือมาบิณฑบาตอยู่ โฮมสเตย์ทั้งหลายก็เลยบรรจุไว้เป็นกิจกรรมหนึ่งที่แนะนำให้ทำ สำหรับเรา เราไม่ได้มองว่าเป็นกิจกรรมหนึ่งในการมาเที่ยวหรอกนะ กฎง่ายๆ เหมือนเดิม มีโอกาสก็ทำ แค่นั้น

หกโมงเช้าตื่นออกไปรอพระ นอกจากของใส่บาตรที่ทางโฮมสเตย์เตรียมไว้ให้ (ชุดละ ๕๐ บาทเอง ดูดีมากมาย โดยเฉพาะดอกดาหลา ไม่เคยทำบุญด้วยดอกดาหลามาก่อน) น้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋ ขนมใส่ไส้ ก็วางรอไว้ละเรียบร้อย ใส่บาตร รับพร เสร็จสรรพก็นั่งกิน pre-breakfast กันริมน้ำ หายใจเอาอากาศสดชื่นๆ ฟังเสียงนกร้อง แล้วก็เข้าไปนอนต่อ กรั่กๆๆๆ

กลิ้งๆ ได้ไม่นานหรอก แค่กำลังจะเคลิ้ม โฮมสเตย์ก็มาเคาะประตูบอกว่าเอาข้าวเช้ามาให้ ออกไปก็พบว่ามีข้าวต้มหนึ่งหม้อ หอมอร่อย โซ้ยซะอิ่มแปล้เลย กว่าจะกินข้าวเสร็จทีนี้แดดเริ่มร้อนละ กลับเข้าไปนอนเล่นต่อได้อีกพักนึง ตื่นเช้านี่มันเหลือเวลาเยอะนะจะว่าไป เก้าโมงครึ่งก็เช็คเอ๊าท์ละ ไปเที่ยวดูอะไรแถวๆ นี้ซะหน่อย ก่อนกลับบ้าน

ไปค่ายบางกุ้ง แล้วก็พิพิธภัณฑ์แมวไทย แล้วก็เลยไปอุทยาน ร.๒ ไม่ค่อยฟิตกันเท่าไหร่ทั้งสามคนเรา ร้อนมั้ง อ่อนล้ากันไวมาก ข้าวต้มก็หมดไปจากกระเพาะไวโฮกๆ เดินชมเรือนไทยก็ไม่อิน เลยเปลี่ยนเป็นไปตลาดอัมพวาแทน (ตลาดธรรมดาละทีนี้) กวักแนะนำร้านบะหมี่เจ้าอร่อย ราคาท้องถิ่น ไม่ใช่ราคาแหล่งท่องเที่ยว มาทริปนี้เราว่าเราได้กินอะไรที่อยากๆ และหากินยากๆ หลายอย่างอยู่นะ ไล่มาตั้งแต่เมี่ยงคำ (ซื้อไม้นึง ๓ คำ ๑๐ บาท ครูพักลักจำวิธีห่อสวยๆ มาละด้วย), ไข่ปลาหมึกทอด (๔๐ บาท แพงอยู่), บัวลอยไข่หวาน (ใส่ไข่ ๒๕ บาท เซ็งตรงที่แม่ค้าคงหยิบพลาด เอาถุงที่ไม่มีไข่หวานมาให้ซะนี่), กาลอจี๊ (๒๐ บาท ต้นกะกวักบ่นอุบ ว่าเราชอบอะไรแบบนี้หรอเนี่ย ทั้งหวาน ทั้งเสี่ยงมะเร็ง ฮ่าๆ), ขนมครกไข่นกกระทา (๖ ฟอง ๒๕ บาท) จริงๆ ยังมีอะไรที่อยากจะซื้อกินอีกร้อยแปดสิ่งนะ แต่ยั้งๆ เอาไว้

ได้พักผ่อนละหน่อยนึง ทีนี้ก็เตรียมลุยทำงานต่อ ได้ข่าวว่ามีอะไรเครียดๆ หนักๆ รออยู่อีกแล้ว หึหึ


     Share

<< eBook ExperienceHard Week >>

Posted on Sun 10 Jun 2012 21:47




Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 
 
 
The best template from http://www.oblog.cn