Calendar
 
   
 
Diary Update
 
 
What To Expect ..
But not my turn (yet)
Harder Week
Hard Week
ทริปอิ่มหนำที่อัมพวา
eBook Experience
May 27th, 2012
Entertain (?)
ยัง(มีงานทำ)อยู่
เริ่มต้นใหม่กับเมษายน
I HATE MARCH
มหาสารคาม ไป-กลับ
Happy Day w. Namwhaan & Tim
Undesirable answer ...
Warsaw Trip (10) : Pa Pa, Warszawa!
Warsaw Trip (9) : Monuments and Bloody Full moon
After-wedding Incident
The Wedding of P&J: PARTY
The Wedding of P&J: Thai Ceremony
มีนามาอีกแล้ว :|
โรคเลื่อน
เข้าวัด
Very Difficult
ณ ที่พักสงฆ์ กม. ๒๗
Unpredictable
Mom's Bday
พบหมอเทวดา เพื่อเทวดาในบ้าน :)
ช้านเป็นอาร๊ายยยย
จะได้หรอว๊า?
รายงานตัว
Farewell
Mani's Wohnung
ขวัญลดา..พร้อม! สาม..สี่

 
 
Favourites Diary
 
  nunakuzaa
wittenham
cubic world
pingping
durian
chronus
oni
highway
nongjasper
coliocat
oattoto
milk
noon
anni
bas
foxy baby
returntoretro
 
 



 

Undesirable answer ...
20.03.12

๑๘ ก.พ. ได้รับอีเมลแจ้งว่าบริษัทนี้ต้องการจะสัมภาษณ์เราในวันที่ ๒๘ ก.พ. ที่ Ingoldstadt ประเทศเยอรมนี

๑๙ ก.พ. เราอีเมลไปเจรจาว่า ขอสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ได้ไหม เพราะตอนนี้เราอยู่ที่ไทย แต่ถ้ามันจำเป็นต้องไปสัมภาษณ์ด้วยตัวเองจริงๆ แล้วก็ยินดี แต่อาจจะขอเลื่อนเวลาออกไปอีกหน่อย

๒๓ ก.พ. เราโทรไปหาที่เยอรมัน เพราะไม่มีใครตอบเมลเราเลย จะเอายังไงก็ไม่บอก ใกล้จะถึงวันที่ ๒๘ แล้วด้วย เราไม่รู้จะเตรียมตัวยังไงได้ถูก คุณ HR รับสายแล้วบอกว่าอาทิตย์หน้า กลางๆ อาทิตย์จะติดต่อกลับไปบอกว่าจะใช้วิธีไหนในการสัมภาษณ์

๑๔ มี.ค. เราอีเมลไปถามอีกที ว่าจะเอายังไงแน่ เนิ่นนานขนาดนี้ ไม่มีคำตอบอะไรเลย

๒๐ มี.ค. มีอีเมลมาจากบริษัทที่เยอรมัน ตอบมาว่าตัดสินใจไม่พิจารณาเราต่อ และจะไม่มีการสัมภาษณ์ เนื่องจากว่าภาษาเยอรมันของเราไม่ดีพอ


เสียใจอ่ะ

แต่ก็ไม่รุนแรงแล้ว เพราะทำใจล่วงหน้ามาพอสมควร เหมือนความหวังมันค่อยๆ ริบหรี่ลงในแต่ละวันที่ผ่านไป ผิดหวังมากกว่า ผิดหวังกับการกระทำขององค์กรใหญ่แบบบริษัทนี้ เราคิดว่าฝ่ายบุคคลของเค้าน่าจะจัดการกับกระบวนการสรรหาบุคลากรได้ดีกว่านี้ มืออาชีพกว่านี้ ไม่ใช่ว่าปล่อยทุกอย่างให้หายเงียบแบบที่เกิดขึ้นกับกรณีของเรา

ถ้าเราส่งใบสมัครไป แล้วเค้าไม่ตอบอะไรกลับมา เพราะว่าไม่พิจารณาเรา อันนี้ก็พอจะเข้าใจได้ (แต่ส่วนใหญ่แล้ว ๙๐% ของบริษัทเยอรมัน แม้จะไม่พิจารณาเรียกสัมภาษณ์ เค้าก็จะตอบเป็นอีเมลกลับมา บริษัทใหญ่ๆ บางบริษัท จะเขียนไว้ชัดเจนเลยว่า ถ้าภายใน ๒-๓ อาทิตย์ ยังไม่มีการติดต่อไป หมายถึงว่าเราไม่ได้รับพิจารณา)

แต่นี่เค้าติดต่อมาอ่ะ บอกว่าสนใจ และต้องการจะสัมภาษณ์ แล้วจู่ๆ ก็มาเงียบหายปล่อยเราลอยแพแบบนี้ นี่มันไม่ควรจะเกิดขึ้นเลย และทุกครั้งที่พอจะได้ความคืบหน้าอะไรบ้างก็ต้องเป็นเราทั้งนั้น ที่เป็นฝ่ายร้อนใจ ติดต่อไปถามเอง

ก่อนหน้านี้ พอเพื่อนรู้ว่าเรายังคงรอคอยคำตอบจากบริษัทนี้อยู่ มันก็ถามประมาณว่า นี่ยังหวังอยู่อีกหรอ? คิดว่าเลิกคิดไปนานแล้ว (ที่เพื่อนไม่ได้พูดออกมา แต่รู้สึกได้คือ ทำไมยังเพ้อว่าจะได้กลับไปที่โน่นอีก ทำไมไม่ยอมรับสภาพซะที)

เราตั้งสเตตัสเฟสบุคไว้ว่า Undesirable answer is better than none

มันจะเลิกหวังกันได้ยังไง? ตราบใดที่ยังไม่ได้คำตอบ คนอื่นเค้าจะเลิกหวังกันง่ายๆ แบบนั้นจริงๆ เหรอ?? โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสิ่งที่มันสำคัญต่อชีวิตอ่ะ เรารู้แค่ว่าเราขอพยายามจนถึงที่สุดหละ ไม่ว่าจะเป็นวิธีไหน ถ้าสมมติว่าได้สัมภาษณ์ เราก็คงทำเต็มที่ (จริงๆ ช่วงที่ผ่านมา ระหว่างที่รอ เราก็เตรียมตัวไว้มากมาย) ถึงแม้ความเป็นจริงจะอยู่แค่ขั้นนี้ ขั้นที่พยายามเพื่อให้ได้สัมภาษณ์ เราก็ทำเต็มที่เหมือนกัน

แล้วยังไม่นับความเสียหายทางใจอีก ตั้งแต่วันที่เราได้ข่าวว่ามีสิทธิ์ได้สัมภาษณ์ เราก็มีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง มันเป็นเหมือนโอกาสสุดท้ายของเราแล้ว ถึงจะพยายามยั้งแล้ว มันก็อดไม่ได้จริงๆ ที่จะเผลอคิดฝันไปบ้างว่าจะได้กลับไปมีชีวิตในแบบที่เราต้องการ

ในขณะที่รอคำตอบจากทางโน้น เราก็ต้องสมัครงานที่ไทยไปด้วย และก็ต้องพยายามสับหลีก จัดตารางทุกอย่าง เผื่อไว้สารพัดว่าถ้าต้องสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์จริง จะเตรียมตัวกี่วันสำหรับบริษัทเยอรมัน กี่วันสำหรับบริษัท ก. บริษัท ข. จะคิววันสัมภาษณ์ยังไงให้มันไม่ชนกันและไม่เสียหายซักทาง หรือถ้าต้องไปเยอรมันจริงๆ จะทำยังไง จะจัดการเวลาแบบไหน หรือแม้แต่ถ้าไปแล้ว แล้วเฟล จะทำยังไงไม่ให้หลุดมือไปหมดทุกตัวเลือก ทั้งหมดนั้นมันไม่ใช่ทำได้โดยสบายใจนะ วีซ่าก็ใกล้จะหมดแล้ว หรือถ้าแม้แต่ในระหว่างนี้มีบริษัทที่ไทยซักบริษัทนึงรับเรา เราก็ไม่อยู่ในฐานะที่จะปฏิเสธเพื่อรองานที่เยอรมันได้

เซ็งว่าทำไมต้องเจอแต่เรื่องแบบนี้ ถ้าบริษัทที่เยอรมันนี่จะไม่มีใครติดต่อมาเลยมันก็คงดีกว่านี้ เราจะได้ไม่ต้องเผลอใจไปมีความหวัง สุดท้ายก็ต้องมาผิดหวัง หรือถ้าอย่างน้อยได้สัมภาษณ์แล้วไม่ผ่าน เราก็ยังจะยอมรับในผลนั้น เวลาสมัครงาน คีย์เวิร์ดนึงที่เราจะเลือกดูเป็นอันดับแรกคือ ความสามารถทางภาษาเยอรมัน ถ้าระบุว่าต้องการขั้นดีเลิศ เราก็จะไม่สมัคร เพราะเราก็รู้ ว่ายังไงเราก็คงไม่สามารถที่จะฟัง พูด เขียน อ่านเยอรมัน ได้ดีขั้นนั้น เพราะฉะนั้น งานที่เราสมัครไป จะเป็นงานที่เน้นว่าต้องใช้ภาษาอังกฤษได้ดี

คุณ HR ได้คุยกับเราครั้งเดียวแค่ตอนที่เราโทรไป ตอนนั้นเราพูดกับเค้าเป็นเยอรมันในตอนต้น พอเริ่มไปซักพัก เราก็พูดอังกฤษ ซึ่งก็ชัดเจนว่า คุณ HR พูดภาษาอังกฤษได้ไม่ดี เราก็บอกเค้าว่าเราขอพูดอังกฤษนะ ในสถานการณ์อย่างนี้ (ตอนที่โทรศัพท์ไปเจรจา) แต่เค้าจะพูดเยอรมันก็ได้ จะเขียนอีเมลหาเราเป็นเยอรมันก็ได้ เราเข้าใจเหมือนกัน แล้วเพียงแค่ไม่กี่นาทีนั้น เค้าก็เอามาใช้ตัดสิทธิ์การสัมภาษณ์ของเรา โดยให้เหตุผลว่าภาษาเยอรมันของเราไม่ดีพอ

แล้วเรียกสัมภาษณ์ทำไมตั้งแต่แรกว๊า? จดหมายสมัครงานเอย เรซูเม่เอย ทุกสิ่งทุกอย่างก็เป็นภาษาอังกฤษ ความสามารถทางภาษาที่เขียนไว้ในเรซูเม่ ก็ไม่ได้สร้างภาพเลย บอกตามจริงว่าปานกลางเท่านั้น แล้วไหนจะความดูดายของเค้าอีก การที่เค้าไม่ตอบกลับ ไม่อะไรทั้งนั้น ไม่รักษาคำพูด ไม่สนใจว่านัดไว้วันไหน แล้วก็ละเลยไปเฉยๆ ทำไมไม่คิดบ้างว่าใจคนที่เค้ารองานอยู่มันจะเป็นยังไง เฮ้อ.. เรื่องแบบนี้มันไม่น่าจะเกิดขึ้นกับเราอีกเลย

อดคิดไม่ได้ ว่าไปๆ มาๆ มีนาก็แอบโหดอยู่ดี ถึงจะไม่มีน้ำตาเหมือนปีก่อนๆ แต่ก็มีสถานการณ์บีบคั้นหัวใจ แบบที่ต้องคิดดีๆ ครองสติๆ ดีๆ อีกเหมือนเดิม


     Share

<< Warsaw Trip (10) : Pa Pa, Warszawa!Happy Day w. Namwhaan & Tim >>

Posted on Tue 20 Mar 2012 23:37




Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 
 
 
The best template from http://www.oblog.cn