Calendar
 
   
 
Diary Update
 
 
Entertain (?)
ยัง(มีงานทำ)อยู่
เริ่มต้นใหม่กับเมษายน
I HATE MARCH
มหาสารคาม ไป-กลับ
Happy Day w. Namwhaan & Tim
Undesirable answer ...
Warsaw Trip (10) : Pa Pa, Warszawa!
Warsaw Trip (9) : Monuments and Bloody Full moon
After-wedding Incident
The Wedding of P&J: PARTY
The Wedding of P&J: Thai Ceremony
มีนามาอีกแล้ว :|
โรคเลื่อน
เข้าวัด
Very Difficult
ณ ที่พักสงฆ์ กม. ๒๗
Unpredictable
Mom's Bday
พบหมอเทวดา เพื่อเทวดาในบ้าน :)
ช้านเป็นอาร๊ายยยย
จะได้หรอว๊า?
รายงานตัว
Farewell
Mani's Wohnung
ขวัญลดา..พร้อม! สาม..สี่
Warsaw Trip (8) : An Afternoon in Powazkowski Cemetery and Banja Luka
Warsaw Trip (7) : Old World, New World
บันทึก ๒๒ ถึง ๒๘ ตุลาคม
บันทึก ๑๕ ถึง ๒๑ ตุลาคม
บันทึก ๘ ถึง ๑๔ ตุลาคม
บันทึก ๑ ถึง ๗ ตุลาคม
Byebye Ilmenau - Hi! Berlin
คืนห้อง
Last Night in My Room
Warsaw Trip (6) : My Lovely Varsovians
Warsaw Trip (5) : March.. March Along
Warsaw Trip (4) : Square Route
Warsaw Trip (3) : I saw no war in Warsaw, but ...

 
 
Favourites Diary
 
  nunakuzaa
wittenham
cubic world
pingping
durian
chronus
oni
highway
nongjasper
coliocat
oattoto
milk
noon
anni
bas
foxy baby
returntoretro
 
 



 

พบหมอเทวดา เพื่อเทวดาในบ้าน :)
13.02.12

วันนี้ไปหาหมอมาอีกแล้วค้าบ ปิดสถิติในรอบเดือนไว้ที่ ๕ หนในหนึ่งเดือน

เหตุคือท่านพ่อท่านแม่ลากไป -*-

เค้าอ่ะจะให้เราไปหาหมอคนนี้ตั้งแต่วันแรกๆ ที่เรากลับมาถึงไทยละแหละ พอบ่นปั๊บว่า "เนี่ย แพ้อะไรก็ไม่รู้ เรื้อรังมานาน อยากไปหาหมอ" ทุกคนก็จัดแจงเล่าถึงสรรพคุณยาที่หมอคนนี้จ่ายมารักษา ทุกคนนี่ทุกคนจริงๆ นะ พ่อ แม่ พี่พร คือไปเป็นคนไข้แกมากันหมดแล้วทั้งนั้น รวมถึงเพื่อนสนิทแม่ด้วย เค้าก็เลยศรัทธาเชื่อมันในหมอคนนี้กันมากๆ

แต่เราไม่ไป ยอมถูกบ่นว่า ดื้อๆๆๆๆๆๆๆ :P

จะว่างั้นงี้ก็ยอมนะ คือให้เลือกระหว่างคลีนิกกับโรงพยาบาล (ไม่นับว่าราคามันต่างกัน) เราก็เลือกไปโรงพยาบาลอ่ะ แล้วคลีนิคนี้ก็ดูภายนอกไม่เชิญชวนให้วางชีวิตไปรักษาเลย คือเป็นอาคารพาณิชย์ติดถนนวิภาวดี หน้าปากซอยบ้านเรานี่แหละ คุณหมอเป็นคุณหมอวัยเกษียณ ท่าทางจะเลยไปหลายปีแล้วด้วยซ้ำ  ประจำอยู่คนเดียว เดี่ยวๆ นี่เลย ผู้ช่วยพยาบาลไรๆ ไม่ต้องมี แต่มีประวัติการทำงานเป็น ผ.อ. ร.พ.ผิวหนัง เครดิตก็ดีอยู่แหละ แต่ด้วยสภาพความอาวุโสของแก บวกกับอาการ(น่าจะป่วยหน่อยๆ) ของแก ก็เลยทำให้เราไม่ค่อยมั่นใจ และเราเองก็ได้ยินเสียงเล่ามานานแล้ว ถึงมือแกจะสั่นๆ แต่ว่าแกชอบฉีดยานะ (จริงๆ ข้อนี้ไม่เดือดร้อน ฉีดได้ ไม่กลัวเข็ม) แต่ยาแกดี ใครไปรักษาหายทุกราย ราวกับเป็นหมอเทวดาปานนั้น

เราขัดขืนดื้อดึงมาได้เกือบเดือน วันนี้ก็เลยทนไม่ไหว ยอมให้พ่อแม่พาไปหาคุณหมอคนนี้ เหตุผลก็ไม่ใช่ว่าจะรำคาญที่เค้ามาพูดทุกวั๊นทุกวันหรอก คือมาสะกิดใจเอาเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เห็นน้ำหวาน แม่ทิม-หลุยส์ มันอัพเดทสเตตัสตอนลูกมันสองคนไม่สบายว่า "เมื่อไหร่ลูกจะหายป่วยสักทีว้อย ทิมหลุยส์ป่วยคราวนี้ เข็ดเชื้อโรคที่มากับบ้านบอลเลยอ่ะ Y.Y" บวกกับสเตตัสก่อนหน้าอีกมากมายที่มันเขียนเกี่ยวกับอาการป่วยของลูกมัน เลยฉุกคิดขึ้นได้ว่า หรือว่าแม่เราก็คงจะคิดเหมือนมันนี่แหละ?

คือ ไงอ่ะ.. ตั้งแต่กลับมาบ้าน เราไม่เคยจะอยู่ในสภาพดีๆ สดใสๆ เลย เดี๋ยวก็ปวดหัว เดี๋ยวก็ไมเกรน แล้วพอมามีอาการป่วยล่าสุดนี่ยิ่งไปกันใหญ่ แทบจะอยู่ไม่ได้ คันบรรลัย จิตตก ทำงานไม่ได้ นอนไม่ได้ เครียดไปต่างๆ นานา เค้าก็คงเต็มกลืนกับเราเหมือนกันแหละมั้ง? ไปหาหมอทุกครั้งแม่ก็พาไปตลอด ตื่นเช้า ฝ่ารถติด ไปถึงก็ไปนั่งรอ (แล้วสุดท้ายก็จ่ายตังค์ให้) อยากจะช่วยให้มันหาย ก็ไม่รู้จะทำยังไง อาการไม่ดีขึ้นซักที เค้าเห็นเราทุกข์ทรมานกับอิโรคประหลาดนี่ เค้าก็คงทุกข์ด้วยอ่ะ

คิดได้เช่นนี้แล้วก็เลยยอมไปหาก็ได้

ไปกันหมดเลย ทั้งพ่อทั้งแม่ ลูกน่ะกว่า ๓๐ แล้วนะ ฮ่าๆๆ แต่ก็ดี เพราะบรรยากาศคลินิคน่ากลัวละเกิ๊น กดกริ่งแล้วคุณหมอก็ย่อง เอ๊ย เดินมาประตูให้ พ่อแม่ก็รีบบอกเลย ว่าลูกสาวไม่สบาย พามาให้คุณหมอช่วยดู เสร็จแล้วเราก็เข้าไปนั่งในห้องตรวจ คุณหมอชรามากค่ะ โฮๆๆ ทำไมยังแอ๊คทีฟปานนี้ ต้องเป็นคนประเภทที่ไม่ยอมหยุดทำงานแน่ๆ คุณหมอพูดเสียงเบามาก วิทยุก็ดัง (แต่ว่าเปิดเพลงยุคเราเลย บิลลี่งี้ วิยะดางี้ ฮ่าๆๆ) หูเราก็ไม่ได้ยิน (ถ้ายังพอจำได้ เราเคยเล่าไว้ว่าเราก็มีปัญหากับหู) สื่อสารกันทีนี่ลำบากเชี่ยว คุณหมอดูๆ แล้วก็ถามว่า "ไปไหนมา?" เราก็บอกว่าเพิ่งกลับจากเยอรมัน แกก็ว่าเยอรมันเค้าก็สะอาดดีนี่? งั้น "ไปกินอะไรมา?" โอ้โห.. สารพัดอ่ะค่า แถมระบุไม่ได้อีกตะหาก ว่าเริ่มเป็นแน่ๆ ตอนไหน

ไคลแมกซ์อยู่ตรงที่คุณหมอถามว่า "กลัวเข็มมั้ย?" เราก็(ดัน)ตอบไปตามจริงว่า "ไม่กลัวค่ะ" เท่านั้นคุณหมอก็กระย่องกระแย่งไปเตรียมอุปกรณ์ ตอนนั้นเราหันสบตากับแม่แบบเต็มๆ แต่ต่างฝ่ายต่างน้ำท่วมปากแล้ว พูดอะไรไม่ได้ คือก่อนมา แม่บอก(หรือหลอกฟ๊ะ?)ว่า ไปคุยเฉยๆ ไม่ต้องฉีดยาก็ได้ แล้วดูจิ๊ มันรอดม๊าย?? แม่จะรู้มั้ยเนี่ย ว่าเข็มนี้นี่เพราะความรักแม่ล้วนๆ เลย ถ้าไม่รักไม่ยอมจริงๆ ด้วย >.<

คุณหมอกลับมา แล้วก็บอกว่า "จะได้หายเร็วๆ" แล้วก็ฉีดเลย เรานี่เอี้ยวไปมองแขนตัวเองแบบไม่กระพริบตาอ่ะ เข็มอ่ะหนูไม่กลัวเลย หนูกลัวว่าถ้าคุณหมอมือสั่นอีกเข็มมันจะหักขาแขนหนูมากกว่า แต่ก็ผ่านไปด้วยดี ได้ยามากิน ได้ยามาทา หายไม่หายไม่รู้ แต่พ่อแม่สบายใจ

ป.ล. จริงๆ แล้วนอกเหนือจากเรื่องความไม่มั่นใจส่วนตัวแล้วนั้น เรายังไม่ค่อยชอบไปหาหลายหมออ่ะ แบบโรคเดียวแต่หาหมอหลายๆ ที่ อะไรแบบนี้ คิดไปเองว่ากลัวการรักษามันจะไม่สมูธบ้าง กลัวมันขัดแย้งกันเองบ้าง กลัวได้ยาซ้ำบ้าง กลัวคุณหมอจะเคืองบ้าง ฯลฯ แต่ก็อย่างที่เล่าไป ว่าตอนนี้คุณหมอคนสวย ณ ร.พ.จุฬา ยังไม่ได้สั่งการรักษาอะไรเลย ยาที่ได้มาก็คือยาแก้คันแบบกินและแบบทา คือบรรเทาอาการเท่านั้น (ซึ่งก็ดูไม่บรรเทาเล้ย) ต้องรอไปฟังผลเสาร์หน้า ประกอบกับเห็นใจแม่ เลยยอมหยวน ไปหาอีกซักหมอก็ได้


     Share

<< ช้านเป็นอาร๊ายยยยMom's Bday >>

Posted on Tue 14 Feb 2012 1:48




Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 
 
 
The best template from http://www.oblog.cn