Calendar
 
   
 
Diary Update
 
 
ยัง(มีงานทำ)อยู่
เริ่มต้นใหม่กับเมษายน
I HATE MARCH
มหาสารคาม ไป-กลับ
Happy Day w. Namwhaan & Tim
Undesirable answer ...
Warsaw Trip (10) : Pa Pa, Warszawa!
Warsaw Trip (9) : Monuments and Bloody Full moon
After-wedding Incident
The Wedding of P&J: PARTY
The Wedding of P&J: Thai Ceremony
มีนามาอีกแล้ว :|
โรคเลื่อน
เข้าวัด
Very Difficult
ณ ที่พักสงฆ์ กม. ๒๗
Unpredictable
Mom's Bday
พบหมอเทวดา เพื่อเทวดาในบ้าน :)
ช้านเป็นอาร๊ายยยย
จะได้หรอว๊า?
รายงานตัว
Farewell
Mani's Wohnung
ขวัญลดา..พร้อม! สาม..สี่
Warsaw Trip (8) : An Afternoon in Powazkowski Cemetery and Banja Luka
Warsaw Trip (7) : Old World, New World
บันทึก ๒๒ ถึง ๒๘ ตุลาคม
บันทึก ๑๕ ถึง ๒๑ ตุลาคม
บันทึก ๘ ถึง ๑๔ ตุลาคม
บันทึก ๑ ถึง ๗ ตุลาคม
Byebye Ilmenau - Hi! Berlin
คืนห้อง
Last Night in My Room
Warsaw Trip (6) : My Lovely Varsovians
Warsaw Trip (5) : March.. March Along
Warsaw Trip (4) : Square Route
Warsaw Trip (3) : I saw no war in Warsaw, but ...
Warsaw Trip (2) : First Night Out

 
 
Favourites Diary
 
  nunakuzaa
wittenham
cubic world
pingping
durian
chronus
oni
highway
nongjasper
coliocat
oattoto
milk
noon
anni
bas
foxy baby
returntoretro
 
 



 

ช้านเป็นอาร๊ายยยย
11.02.12

สถิติดีเลิศ กลับไทยได้ยังไม่ถึง ๔ สัปดาห์ ได้พบแพทย์ซะ ๔ หน -"-

ไป หาหนแรก ด้วยโรคเดิมๆ โรคที่ผิวแห้งจนอักเสบ บวกกับแพ้อะไรก็ไม่รู้ หน้าเยิน ไม่สวยไม่งาม คุณหมอก็จ่ายยามารักษา พร้อมแจกแจงว่ามีด้วยกันสองโรค แต่ก็แยกพื้นที่กัน คือที่หน้า ที่หัว และที่หลัง กินยาไปสองอาทิตย์ก็เหมือนว่าจะดีขึ้น กลับไปหาตามนัด คุณหมอคนสวยบอก โอเค ดีขึ้นเยอะ ให้เอายา A กับยา B ไปทาเพิ่มที่หน้า แล้วอีกหกสัปดาห์มาเจอกันใหม่

ทาได้อาทิตย์นึงมั้ง จากที่หน้าเริ่มจะดีขึ้นแล้ว ก็แย่ลงอีก คัน แห้ง แถมลอกอีกตะหาก อ้าว.. เฮ้ย เยินกว่าเดิม กำลังลังเลใจว่านี่มันเป็นอาการที่ควรตกใจหรือไม่ ก็มีนัดต้องไป ร.พ.จุฬาอีกที คราวนี้ว่าจะไปทำ Patch Test แต่ปรากฏว่า ที่อุตส่าห์ตื่นแต่ไก่โห่ ฝ่ารถติด ดั้นด้นไปโรงพยาบาล คุณหมอ (อีกคนนึง) ก็มาอธิบาย ว่ามันไม่จำเป็นต้องทำเลย เพราะโรคที่เราเป็นนี่มันวินิจฉัยได้แล้วว่าเป็นอะไร

เอ้า.. ไอ้เราก็เชื่อหมอ หมอบอกไม่จำเป็นต้องทำ ถึงทำก็เปอร์เซ็นต์จะเจอผลอะไรก็ต่ำมาก ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ ๑,๘๐๐ บาท นั่นยังไม่แย่ จ่ายได้ (พูดราวกับรวย) แต่ที่ต้องมาอีกสามวันเพื่ออ่านผลนี่สิ คิดหนัก มันไม่ใช่เหนื่อยอย่างเดียวนะ แต่ว่ามันตรงกับนัดสัมภาษณ์งานด้วย ถ้าหมอว่าไม่จำเป็น เราก็เลือกไปสัมภาษณ์งานดีกว่า ไม่ทำก็ไม่ทำ

กลับมาบ้านได้สามวัน ก็สังเกตว่า ไอ้ตุ่มที่ขา ที่ทีแรกคิดเป็นตุ่มยุงกัดมันชักจะทะแ ม่ ง ๆ แล้ว เพราะมันคันมากเกินกว่าอาการคันจากยุงกัด หรือจะว่าแพ้ยุงก็ไม่น่าจะใช่แล้ว เพราะมันไม่ใช่แค่ว่าขยายขนาดใหญ่ขึ้นอย่างเดียว แต่มันเริ่มลามไปยังที่อื่นๆ ด้วย แล้วแบบ พระจ้าว.. มันคันมากฮ่ะพี่น้อง คนที่เป็นโปรด้านอาการคันอย่างเราสรุปได้เลยว่าอยู่ที่เลเวลสูงสุด ไม่ไหวๆ ขอนัดใหม่ด่วนจี๋

วันนี้ก็นุ่งกระโปรงไปหาหมอ เพราะจะได้เปิดให้คุณหมอดูได้ง่ายๆ รอจนแทบจะเป็นรายสุดท้ายกว่าจะได้เข้าตรวจ คุณหมอตรวจแล้วก็บอกว่ามันไม่ใช่ลมพิษแน่ๆ เพราะมันไม่ยุบเลย ขึ้นแล้วมีแต่จะขยาย ไม่มีหายไปภายใน ๒๔ ช.ม. อย่างลมพิษ แล้วก็บอกว่า "คงต้องขอเจาะเอาชิ้นเนื้อไปตรวจหน่อยนะคะ" พร้อมยิ้มหวาน เราก็ตกใจนิดหน่อย แต่ก็โอเค มันก็คงต้องทำ

รอจนเป็นคนสุดท้ายจริงๆ ทีนี้ เข้าไปในห้องปั๊บ คุณพยาบาลก็บอก "ขึ้นเตียงเลยค่ะ" เราก็ขึ้นไปนั่งห้อยขา เพราะผื่นมันอยู่ที่ขานี่นา คุณพยาบาลก็บอกอีก "นอนลงเลยค่ะ" แล้วก็เอาผ้ามาห่มให้

อ้าว.. เหวอ.. เริ่มใจไม่ดีสิทีนี้ จะทำอะไรเนี่ยคุณหม๊อ? คุณหมอคนสวยเช็ดๆ ทำความสะอาดผิวที่น่องขวา แล้วก็บอกว่าจะฉีดยาชาแล้วนะคะ เชิญเลยค่า.. เข็มที่มันจี๊ดลงไปนี่ก็เจ็บอยู่นะ แต่ไม่สะทกสะท้าน ความเจ็บแบบนี้อดทนได้ แต่ที่ทนไม่คือบรรยากาศโดยรวมที่ต้องนอนเตียง มีหมอกำลังง่วนทำอะไรอยู่ซักอย่างนี่มากกว่า โรคกลัวหมอกลัวโรงพยาบาลมันกลับมาแล้ววววว

คุณหมอถามว่าชาหรือยัง? เราก็ตอบไม่ค่อยจะถูก เพราะพออาการด็อคเตอร์โฟเบียมันกำเริบแล้ว หูเหอมันก็อื้อ ฟังอะไรก็ไม่ค่อยเข้าใจ ใจมันไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ตอบไปว่าชาแล้วมั้งคะ คุณหมอก็เลยชวนคุย เจตนาจะให้เราหายเครียดละมั้ง แต่เรื่องที่คุณหมอเล่าคือ "หมอก็เคยเป็นผื่นแบบนี้แล้วก็ต้องตัดชิ้นเนื้อไปตรวจเหมือนกันค่ะ ให้เพื่อนทำ มันก็ถามว่าชาหรือยังๆ? เราก็บอกว่ายังไม่ชาๆ แต่มันไม่เชื่อ มันบอกฉีดไปตั้งนานแล้วต้องชาสิ แล้วมันก็กรีดเลย โอ้โห.. มันคือการเอามีดกระซวกลงไปในเนื้อชัดๆ เจ็บอ่ะค่ะ"

เอ่อ.. เรื่องเล่าของคุณหมอช่วยให้รู้สึกดีขึ้นตรงไหนค๊า?!? โชคดีที่ยาชาออกฤทธิ์กับเราเป็นปกติ เลยไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้น แต่เอ๊ะ.. ทำไมเหมือนหายใจไม่ออก อ๋อ.. ที่หายใจไม่ออกเพราะนอนเอามือประสานไว้บนอก แต่คงเกร็งมาก มันเลยกดลงไปที่อกตัวเองซะขนาดนั้น ไม่รู้ตัวเลย เคยมีบทเรียนจากการเกร็งมากเกินไปมาแล้ว ครั้งนี้ก็เลยพยายามจะรู้ตัว สังเกตตัวเองดูคือไม่ใช่แค่มือสองข้างที่กดแน่นลง แต่ทั้งตัวเลยนี่หว่า ขาเขอเกร็งจนรู้สึกว่าเมื่อย ผ่อนคลายหน่อยๆ เดี๋ยวตะคริวกินจะยุ่ง

ไม่รู้เลยว่าคุณหมอทำอะไรบ้าง ไม่เจ็บ ไม่เห็น ไม่อะไรทั้งนั้น จนเสร็จนั่นแหละ คุณหมอบอกว่าอาทิตย์หน้ามาฟังผลแล้วถ้าแผลแห้งดีก็จะตัดไหมเลย ช่วงอาทิตย์นี้ก็อย่าเดินมาก ระวังอย่าให้น้ำเข้าแผล ส่วนอาการคันก็มียามาทา ยากินแก้คันสองตัว ถามคุณหมอว่ามันเป็นเพราะอะไร จริงๆ ไม่น่าถามเลย เพราะถามไปก็เหมือนไม่เข้าหัว สมองไม่แปลสารไรเลย จำได้มาสองชื่อคือ ไวรัสตับอักเสบบี กับ แพ้ภูมิตัวเอง แง.. แค่นี้ก็แป้วแย๊ว มันอาจจะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับสองชื่อนั้นเลยก็ได้

อย่าเป็นไรรุนแรงเลย สาธู๊ >.<


     Share

<< จะได้หรอว๊า?พบหมอเทวดา เพื่อเทวดาในบ้าน :) >>

Posted on Sat 11 Feb 2012 22:40




Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 
 
 
The best template from http://www.oblog.cn