Calendar
 
   
 
Diary Update
 
 
Undesirable answer ...
Warsaw Trip (10) : Pa Pa, Warszawa!
Warsaw Trip (9) : Monuments and Bloody Full moon
After-wedding Incident
The Wedding of P&J: PARTY
The Wedding of P&J: Thai Ceremony
มีนามาอีกแล้ว :|
โรคเลื่อน
เข้าวัด
Very Difficult
ณ ที่พักสงฆ์ กม. ๒๗
Unpredictable
Mom's Bday
พบหมอเทวดา เพื่อเทวดาในบ้าน :)
ช้านเป็นอาร๊ายยยย
จะได้หรอว๊า?
รายงานตัว
Farewell
Mani's Wohnung
ขวัญลดา..พร้อม! สาม..สี่
Warsaw Trip (8) : An Afternoon in Powazkowski Cemetery and Banja Luka
Warsaw Trip (7) : Old World, New World
บันทึก ๒๒ ถึง ๒๘ ตุลาคม
บันทึก ๑๕ ถึง ๒๑ ตุลาคม
บันทึก ๘ ถึง ๑๔ ตุลาคม
บันทึก ๑ ถึง ๗ ตุลาคม
Byebye Ilmenau - Hi! Berlin
คืนห้อง
Last Night in My Room
Warsaw Trip (6) : My Lovely Varsovians
Warsaw Trip (5) : March.. March Along
Warsaw Trip (4) : Square Route
Warsaw Trip (3) : I saw no war in Warsaw, but ...
Warsaw Trip (2) : First Night Out
Warsaw Trip (1) : To meet Tomek
@Potsdam
คืนสุดท้ายในเบอร์ลิน
ย่ำต๊อกๆ ในเบอร์ลิน
Beginning of ...

 
 
Favourites Diary
 
  nunakuzaa
wittenham
cubic world
pingping
durian
chronus
oni
highway
nongjasper
coliocat
oattoto
milk
noon
anni
bas
foxy baby
returntoretro
 
 



 

ขวัญลดา..พร้อม! สาม..สี่
31.12.11

เกิดสิ้นปีนี่เขียนไดอารียากแฮะ ทั้งอยากจะเขียนเกี่ยวกับตัวเอง (เนื่องในครบรอบวันเกิด) ทั้งอยากจะสรุปเรื่องราวทั้งปีไว้อ่าน (ฐานะที่เป็นวันสุดท้ายของปี) ฮ่า.. บ่นไปงั้นแหละ ก็เห็นเขียนมาได้ทุกปี

วันนี้ครบ ๓๔ ขวบปี อีก ๓๖๕ วันต่อไปก็ ๓๕ อีกไม่กี่อึดใจ ไม่ทันรู้ตัว ก็จะเปลี่ยนหลักแรกจากเลข ๓ เป็นเลข ๔ ว่าไปนี่มันไม่นานเกินรอเลยนะ?!?

สมัยที่ยังเด็กกว่านี้ ยังคิดถึงตัวเองตอนเป็นผู้หญิงวัยสามสิบสี่สิบไม่ออกจริงๆ รู้สึกว่าโฮ๊ย.. มันช่างอีกไกล แต่แล้วจู่ๆ ก็ก้าวพรวดเข้า ๓๐ ไม่ทันรู้เนื้อรู้ตัว ตอนนั้นจำได้ว่าก็ยังไม่ตกใจอะไร ไม่รู้สึกด้วยซ้ำว่าต้องตระหนกตกใจ (เห็นสาวๆ หลายคน มีปฏิกิริยาต่อเลข ๓ น่ะนะ) แต่ตอนนี้สารภาพว่าเริ่มกังวลต่อวันที่จะเป็นเลข ๔

มานั่งคิดว่าเพราะอะไร ทำไมถึงต่างกัน ตอบได้ชัดๆ ว่าไม่ใช่เพราะแค่กลัวแก่ ไม่เคยกลัวเลย แก่เก่อ อย่างที่บอก ยิ่งผ่านวันมามากเท่าไหร่ ก็รู้สึกว่าตัวเองมีค่ามากขึ้นเท่านั้น เทียบกับตอนที่เพิ่งเข้าสู่วัยรุ่น ๑๕ หยกๆ ๑๖ หย่อนๆ ตอนนี้นี่เจ๋งกว่าเยอะ ;)

แต่ที่ทำให้กังวล คงเป็นเพราะสถานภาพของชีวิต ณ ปัจจุบันมากกว่า

ตอนเข้า ๓๐ ยังทำงานอยู่ มีเงินเดือนจุนเจือครอบครัวได้ ใช้ชีวิตได้อย่างที่อยากใช้ มีความมั่นคง ถึงจะไม่มากแต่ก็ระดับนึงล่ะ มีสังคมการทำงานที่มีคนให้การยอมรับนับถือ รวมทั้งมีโอกาสให้ได้สร้างความนับถือตัวเองอยู่บ่อยๆ มันก็เลยไม่รู้สึกว่ามีอะไรน่ากลัว ๓๐ ก็ ๓๐

แต่ตอนนี้มันไม่ใช่เลย ต่างไปอีกขั้ว จากคนทำงานก็กลายมาเป็นนักเรียนที่เรียนจบแล้วและก็ยังเพียรหางานอยู่ มองเห็นความจำเป็นนานัปการที่กลับไปเป็คนทำงานให้ได้โดยไว เพื่อสถานการณ์เฉพาะหน้าด้วยนะ ยังไม่ได้พูดถึงหลักประกันชีวิตในอนาคตเลยด้วยซ้ำ คำว่า "ความมั่นคง" ชักจะโดดเด่นกว่าคำอื่นๆ จากที่ไม่เคยคิดจะรีบ ก็เริ่มรู้สึกว่าเออ.. ต้องรีบแล้ว เดี๋ยวไม่ทันการ

ไม่ทันอะไรก็ไม่รู้เหมือนกัน หรือถ้านานกว่านี้แล้วพลังกำลังทั้งหลายมันจะอ่อนแรง? พาลไม่สามารถทำอะไรๆ ได้อย่างที่ต้องการ หรือกลัวว่ามันจะเกิดอะไรที่คิดไปไม่ถึง? อะไรที่มันมาพร้อมเวลาที่ผ่านไปและความไม่แน่ไม่นอนของชีวิต ทั้งนี้ทั้งนั้น เลยทำให้ออกจะหวั่นๆ เล็กน้อยกับปีต่อไป ก้าวต่อไปที่จะเดิน ไม่รู้ว่ากำลังกดดันตัวเองเกินไปไหม กดดันว่าฉันต้องดูแลตัวเอง กดดันว่าฉันต้องดูแลพ่อแม่ ปู่ พี่พร แชมป์ วอดก้า กดดันว่าต้องทำให้ชีวิตมันมั่นคงกว่านี้ จะได้มีความสุข ซึ่งทั้งหมดทั้งปวงยังไม่รู้ว่าจะทำยังไง ยังคงจับต้องไม่ได้อยู่เลย

แต่จะเชื่อว่ามันจะดีขึ้น อะไรก็ตามแต่ มันแค่ยังไม่ถึงเวลาเท่านั้น


ปี ๒๕๕๔ นี่ก็เหมือนกัน ประสบการณ์ชีวิตที่ได้มาในปีนี้ก็คงลืมได้ยากทั้งนั้น ไล่เรียงมาจากมกราคม ได้ข่าวการแต่งงานของผู้ชายที่เคยบอกว่ารักเรา และก็ยังไม่เคยบอกเลิกเราด้วยซ้ำ สองเดือนถัดมาถึงได้รู้ว่าพยานรักระหว่างเขากับผู้หญิงอีกคนนั้นเติบโตสวย งามจนเป็นเด็กน้อยวัยสี่เดือนแล้ว ถึงจะเหมือนโดนทุบหัวขนาดไหน เจ็บและร้องไห้ มีสภาพเหมือนคนเป็นโรคจิตอ่อนๆ อีกสองเดือนถัดมาเราก็ทำวิทยานิพนธ์เสร็จสำเร็จตามเป้าหมาย จากที่ไม่เคยคิดว่าจะภูมิใจอะไรกับมัน ทนทุกข์ทรมานกับการคิด เขียน อ่าน วิเคราะห์ วิจัย และพยายามอดทนกับมันมาจนแทบล้มประดา พอถึงเวลาที่มันเสร็จจริงๆ ก็ภูมิใจมากมายทีเดียว สองเดือนต่อมาหลังจากที่เรียนจบอย่างเป็นทางการ ก็ให้รางวัลตัวเองด้วยการไปเที่ยววอร์ซอ แล้วก็ดีใจที่มีโอกาสได้มีทริปนี้ กลับมาก็เริ่มหางานอย่างจริงจัง แล้วก็พบว่า ความเครียดจากการหางานทำนี่มันร้ายกาจคนละแบบกับตอนที่ทำธีสิสเลย นอกจากนั้นก็เริ่มมีชีวิตแบบที่ต้องโยกย้าย เปลี่ยนเมืองเปลี่ยนที่อยู่ถึงสองครั้งสองครา และเป็นระยะที่ได้รู้จักความทุกข์ใจอีกแบบหนึ่ง ชีวิตเราที่เยอรมนีไม่ได้สุขสบาย ชีวิตคนในครอบครัวตอนน้ำท่วมใหญ่ที่ไทยก็ลำบากไม่น้อย แต่สุดท้ายก็ได้ซาบซึ้งและบอกตัวเองอีกทีว่าเราโชคดีขนาดไหน ที่มีแต่เพื่อนดีๆ อยู่รอบตัวเสมอ

รอเจอพรุ่งนี้และปีหน้าอย่างกล้าหาญจ้ะ :)


     Share

<< Warsaw Trip (8) : An Afternoon in Powazkowski Cemetery and Banja LukaMani's Wohnung >>

Posted on Sat 31 Dec 2011 6:07




Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 
 
 
The best template from http://www.oblog.cn