Calendar
 
   
 
Diary Update
 
 
The Wedding of P&J: Thai Ceremony
มีนามาอีกแล้ว :|
โรคเลื่อน
เข้าวัด
Very Difficult
ณ ที่พักสงฆ์ กม. ๒๗
Unpredictable
Mom's Bday
พบหมอเทวดา เพื่อเทวดาในบ้าน :)
ช้านเป็นอาร๊ายยยย
จะได้หรอว๊า?
รายงานตัว
Farewell
Mani's Wohnung
ขวัญลดา..พร้อม! สาม..สี่
Warsaw Trip (8) : An Afternoon in Powazkowski Cemetery and Banja Luka
Warsaw Trip (7) : Old World, New World
บันทึก ๒๒ ถึง ๒๘ ตุลาคม
บันทึก ๑๕ ถึง ๒๑ ตุลาคม
บันทึก ๘ ถึง ๑๔ ตุลาคม
บันทึก ๑ ถึง ๗ ตุลาคม
Byebye Ilmenau - Hi! Berlin
คืนห้อง
Last Night in My Room
Warsaw Trip (6) : My Lovely Varsovians
Warsaw Trip (5) : March.. March Along
Warsaw Trip (4) : Square Route
Warsaw Trip (3) : I saw no war in Warsaw, but ...
Warsaw Trip (2) : First Night Out
Warsaw Trip (1) : To meet Tomek
@Potsdam
คืนสุดท้ายในเบอร์ลิน
ย่ำต๊อกๆ ในเบอร์ลิน
Beginning of ...
Nanny in Berlin
งาน(ราษฎร์), งาน(หลวง), (หา)งาน
วันเกิดน้องดา
งานเสร็จแล้ว ป่วยได้ - -''
Professional Nanny II

 
 
Favourites Diary
 
  nunakuzaa
wittenham
cubic world
pingping
durian
chronus
oni
highway
nongjasper
coliocat
oattoto
milk
noon
anni
bas
foxy baby
returntoretro
 
 



 

บันทึก ๘ ถึง ๑๔ ตุลาคม
29.10.11

เสาร์ที่ ๘ ตุลา
วันรับปริญญา ปีนี้เป็นปีแรกที่ไปจัดที่ Festhalle (ฮอลล์ของเมือง เอาไว้จัดงานเลี้ยงงานอะไรๆ ทำนองนี้) แทนที่หอประชุมของมหาวิทยาลัย เราล่กกันนิดหน่อย เพราะตอนเช้ามีภารกิจต้องไปช้อปปิ้งตลาดนัดสินค้าเด็ก (มือสอง) กับน้องหนุ่ย คิดว่าพ่อแม่รวมทั้งปู่ย่าหมดเมืองอิลเมเนาคงมารวมตัวกันอยู่ ณ ที่นี้แน่ๆ เยอะไปหมด ระหว่างนั้นคริสก็พาติณณ์ไปว่ายน้ำรอ

กลับบ้านรีบแต่งตัว ทำผม แต่งหน้า แล้วคริสก็พาไปส่งที่งาน ไปถึงก็ยังงงๆ เพราะถ้าเป็นที่ไทยคงต้องมีการซักซ้อมอะไรบ้างซักหน่อย แต่นี่ไม่มีเลย ไปถึงแล้วก็รอขึ้นเวที ด้นสดกันบนนั้นเลย พิธีการเค้าก็ไม่ยุ่งยาก เรียกว่าสบายๆ มากเลยก็ได้ ก็แค่ประกาศชื่อบัณฑิตตามคณะ แล้วก็ขึ้นไปยืนบนเวที แล้วอธิการบดี, รองอธิการบดี, และคณบดี ก็เดินมาจับมือ แสดงความยินดี แล้วก็ให้เข็ม กับแฟ้มที่มีปริญญาบัตรและเอกสารอื่นๆ และดอกกุหลาบสีเหลืองหนึ่งดอก มีตากล้องตามมาถ่ายรูปทีละคนๆ (แบบไวๆ อ่ะนะ) แล้วก็ลงเวที จบ

คณะเรามีมารับทั้งสิ้นห้าคนถ้วน เป็นปริญญาตรีซะสอง อีกสามคน รวมเราแล้ว เป็นปริญญาโท เหมือนการรับปริญญาที่นี่ไม่ได้สำคัญอะไรมากน่ะ ไม่สะดวกมาก็ไม่ต้องมา ทีแรกเราก็คิดว่าจะไม่มา เพราะไม่อยากเสียค่าเดินทางมาจากเบอร์ลิน แต่ได้รับแรงยุจากหลายๆ คน บวกกับอยากให้พ่อแม่ได้เห็นรูป ก็เลยเปลี่ยนใจเอาตอนวินาทีสุดท้าย ถึงเค้าจะไม่ได้มาอยู่ในห้องประชุมด้วย แต่แค่ได้เห็นรูปก็คงชื่นใจแล้วหละ

แต่อากาศไม่ดีอ่ะ เลยไม่ได้ไปเดินถ่ายรูปในมหาวิทยาลัยไว้เป็นที่ระลึก ฝนตกตลอด ทำได้แค่แวะไปนั่งกินเค้กหลังเสร็จพิธี ตอนเย็นไปกินเลี้ยงเล็กๆ กัน บัณฑิตสองคนคือเรากับน้องดา และแขกอีกสามคือ โรจน์ อาดี้ และน้องหนุ่ย รายหลังนี่เป็นครั้งแรกด้วยที่ได้ออกจากบ้านยามวิกาลโดยที่ไม่มีติณณ์ติดสอย ห้อยตาม ฮ่าๆ

 

พฤหัสบดีที่ ๑๓ ตุลา
มีนัดสังสรรค์เล็กๆ ที่คลับในมหาวิทยาลัยกับเพื่อนๆ อันประกอบด้วย วิโรจน์ น้องดาและอาดี้ กอเซีย และมานูเอล เป็นการเจอมานูเอลครั้งแรกในรอบแปดเดือน ทีแรกน่ะคิดว่าจะไมได้เจอกันอีกแล้วด้วยซ้ำ เพราะเขากลับมาอิลเมเนาเวลาเดียวกับที่เราย้ายไปเบอร์ลิน แต่พอมีเหตุให้ได้กลับมาอิลเมเนาและได้อยู่ต่ออีกหลายวันแบบนี้ ก็เลยตัดสินใจชวนเขาออกมาเจอ ซึ่งเขาก็กระตือรือร้นออกมาเจอนะ

เมื่อซัก ๖-๗ เดือนก่อน ยังเคยคิดเฝ้ารอวันที่จะเจอเขาอีกครั้ง คิดว่าถึงตอนนั้นจะดีใจขนาดไหน จะพูดอะไรกันดี แต่เหตุการณ์ก็เปลี่ยนไป จนสุดท้ายเราสรุปได้ว่าไม่อยากเจอละหละ ความรู้สึกมันเปลี่ยนไปได้ขนาดนั้นจริงๆ แต่ยังไงคืนนี้ก็ได้เจอกันจนได้นั่นแหละ จังหวะที่เจอะกันนั้นทุกอย่างเป็นไปโดยอัตโนมัติ ความรู้สึกแท้ๆ ของการได้เจอกันอีกครั้งหลังจากที่ห่างหายและคิดถึงกันไปนานมันไม่ต้องการคำ สั่งจากสมองอะไรนัก

มานูเอลก็ยังแสนดีเหมือนเดิม ห่วงใยและใส่ใจ เอื้อเฟื้อและเต็มใจช่วยเหลือเราเต็มที่เหมือนเดิม สิ่งเดียวที่เราไม่เข้าใจคือ ทำไมไม่บอกเราซะทีเรื่องที่เขามีแฟนแล้ว ก็ถ้าเป็นเพื่อนสนิทกันขนาดนี้ ทำไมประเด็นนี้ไม่ยอมพูดถึงอ่ะ? แต่นั่นก็ยังไม่ใช่ไคลแมกซ์ของการพบกันคืนนี้ สิ่งที่คิดไม่ถึงจู่ๆ ก็เกิดขึ้นตอนที่เขาหันมาถามเราว่า เราเห็นรูปลูกสาวของอันเดรอัสหรือยัง? น่ารักมากเลยนะ บลาๆๆ เขาไปเยี่ยมมาหลายหนแล้ว

จังหวะนั้นอึ้ง ชาวาบไปทั้งตัว ไม่ใช่ว่าไม่รู้เรื่องลูกสาวของอันเดรอัสมาก่อน แต่ไม่คิดว่ามานูเอลจะพูดขึ้นมาหน้าซื่อแบบนี้ ก็เราเข้าใจมาตลอด ว่าอย่างไรเสียเขาก็คงรู้เรื่องระหว่างเรากับเพื่อนสนิทเขาแน่ๆ แต่จากช็อตนี้มันทำให้เรากระจ่างว่า เขาไม่รู้อะไรเลย และอันเดรอัสก็สามารถเก็บเราไว้เป็นความลับสุดยอดได้อย่างสมบูรณ์ จนถึงตอนนี้ก็ยังรู้สึกเจ็บอีกอยู่ดี

ความจริงอีกอย่างที่พิสูจน์ตัวเองจากช็อตนี้ก็คือ กลายเป็นวิโรจน์ที่รู้เรื่องมาโดยตลอด การที่มานูเอลเปิดประเด็นนี้ขึ้นมา ทำให้วงสนทนาเงียบสนิทไปสองสามวินาที น้องดาก็อึ้ง โรจน์ก็อึ้ง เรานี่ถึงกับตอบเขาไม่ถูก เรียบเรียงคำพูดไม่ออกเลย ตั้งหลักได้ก็ขอตัวไปรวมรวมสติในห้องน้ำหญิงเหมือนเคย แล้วก็กลับมาร่วมวงใหม่

ประมาณเที่ยงคืนมานูเอลขอตัวกลับบ้าน ทีแรกเขาจะไปส่งเราที่บ้าน แต่ว่ากอเซียยังอยากให้เราอยู่ต่อเป็นเพื่อน ก็เลยต้องร่ำลามานูเอลตรงนั้น กอดลาพร้อมร้องไห้แงๆ กับเขาไปซะละ ไม่รู้ทำไม แต่ความรู้สึก ณ ตอนนั้นมันช่างเหมือนกับวันที่เราลาอันเดรอัสอย่างบอกไม่ถูก เซนส์มันบอกว่าจะไม่มีแบบนี้แล้ว หรืออย่างน้อยๆ ก็จะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว คิดแล้วมันใจหายและหวิวโหวงที่สุด เพราะมันเป็นอย่างนั้นแล้วจริงๆ กับอันเดรอัส ครั้งนี้ขอให้มันไม่เป็นจริงด้วยเถิด

ศุกร์ที่ ๑๔ ตุลา
เตรียมตัวกันซะดิบดีว่าเย็นนี้จะไปนอยเคียร์เชน (บ้านพ่อแม่คริส) แล้ววันอาทิตย์จะไปทำบุญงานออกพรรษาที่วัดกีเซน รอจนเย็นก็เอ๊..ทำไมคริสยังไม่กลับบ้านซักที ปกติต้องกลับไวหนิ? แถมพอมาถึงแล้วก็ยังทำชิว มานั่งเล่นเย็นๆ ใจ ไอ้พวกเราก็คิดว่าพักเหนื่อย แต่เอ๊.. ทำไมพักนานจัง ต้องขับรถอีกไกลนะ น้องหนุ่ยเลยถาม ว่าจะออกจากบ้านกี่โมงหรอ? นั่นแหละถึงได้เข้าใจกันซะทีว่าเข้าใจผิดกันอยู่ ฮ่าๆๆๆ

คือคริสคิดว่าเป็นอาทิตย์หน้าที่จะไปวัด แง๊ง.. ไม่ช่าย อาทิตย์นี้จ้า แต่กว่าจะรู้มันก็สายเกินกว่าที่จะขับรถไปบ้านพ่อแม่คริสซะแล้ว น้องหนุ่ยบ่นอุบ ว่าถ้ารู้งี้เมื่อคืนนี้ไปสังสรรค์กับเราก็ดี นี่เกรงใจคริส กลัวว่าเดี๋ยวนอนไม่พอ ถ้าน้องหนุ่ยปล่อยไว้กับติณณ์ แล้วจะขับรถวันนี้ไม่ไหว แถมยังบอกว่าร้อยวันพันปีไม่เคยเก็บกระเป๋ารอท่า พอวันนี้เตรียมซะพร้อม เลยเป็นแม่สายบัวรอเก้อกันเรย ฮ่าๆๆ สรุปสุดสัปดาห์นี้ก็เลยได้อยู่อิลเมเนาต่อ ซึ่งไม่แย่หรอก มีอะไรให้ทำอีกเยอะ ;)

 

(เอ้อ.. เหลืออีกสองสัปดาห์จะทันปัจจุบันแล้ววุ้ย ฮึบๆ)


     Share

<< บันทึก ๑ ถึง ๗ ตุลาคมบันทึก ๑๕ ถึง ๒๑ ตุลาคม >>

Posted on Sun 30 Oct 2011 1:53




Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 
 
 
The best template from http://www.oblog.cn