Calendar
 
   
 
Diary Update
 
 
Warsaw Trip (5) : March.. March Along
Warsaw Trip (4) : Square Route
Warsaw Trip (3) : I saw no war in Warsaw, but ...
Warsaw Trip (2) : First Night Out
Warsaw Trip (1) : To meet Tomek
@Potsdam
คืนสุดท้ายในเบอร์ลิน
ย่ำต๊อกๆ ในเบอร์ลิน
Beginning of ...
Nanny in Berlin
งาน(ราษฎร์), งาน(หลวง), (หา)งาน
วันเกิดน้องดา
งานเสร็จแล้ว ป่วยได้ - -''
Professional Nanny II
Professional Nanny I
เริ่มอาชีพพี่เลี้ยง
Job or Jail?
สองวันกับติณณ์
ยังอยู่ในระยะรีบเร่ง
ก่งก๊ง งงๆ และเง็งๆ
มีแก่ใจ (แต่ไม่ยักกะมีใจ)
Weekend in Hessen
ในใจ
บวชเนกขัมมะ วันสุดท้าย
Master Kwan
1st Telephone Job Interview
บวชเนกขัมมะ วันที่ ๓ - อาหาร, สังขาร, และความอดทน
บวชเนกขัมมะ วันที่ ๒ - สุข สงบ
i'm afraid of July
บวชเนกขัมมะ วันที่ ๒ - พบมารผจญ
เนื้อแดดเดียว
บวชเนกขัมมะ วันที่ ๑
รู้วันสอบแล้ว
Power Kite
Thai Style Picnic
วันเกิดโทเมกและหมาก้า
Popcorn Alone
ก็ยังคงชิล
วันส่งธีสิส

 
 
Favourites Diary
 
  nunakuzaa
wittenham
cubic world
pingping
durian
chronus
oni
highway
nongjasper
coliocat
oattoto
milk
noon
anni
bas
foxy baby
returntoretro
 
 



 

ก่งก๊ง งงๆ และเง็งๆ
19.07.11

ได้รับเมลแจ้งว่าที่ขอนัดต่อวีซ่าไว้ ได้วันแล้วเป็นวันจันทร์หน้า ก็เลยคิดว่าต้องรีบจัดการเรื่องทำเรื่องจบละ เผื่อต้องใช้เอกสารว่าเราเรียนจบแล้วจริงๆ ไปประกอบการขอต่อวีซ่าและเปลี่ยนประเภทวีซ่า

แบบสอบถามก็ทำเสร็จแล้ว หอบไปขอความช่วยเหลือจากน้องหนุ่ยและคริสตอนไปนอยเคียร์เชน เหลือแต่เอกสารอีกสองแผ่น แผ่นนึงของคณะ อีกแผ่นนึงของมหาวิทยาลัย ต้องไปตามล่าลายเซ็นลายประทับทั้งหลาย

เริ่มจากห้องสมุดก่อนเลยละกัน อ่ะ.. เตรียมเอกสารที่ต้องใช้แล้วก็เดินมุ่งหน้าไปห้องสมุด ถึงหน้าสมุดแล้วก็มานึกขึ้นได้ว่า อ้าว.. มีหนังสือที่ยืมไว้อีกสองเล่มอยู่ที่ห้อง แบบนี้เค้าคงแสตมป์ให้ไม่ได้แน่ เพราะถือว่ายังมีหนังสือยืมค้างอยู่ โอเค.. ไม่เป็น บ้านใกล้ เดินกลับไปหยิบหนังสือมา เสร็จแล้วก็เดินไปห้องสมุดอีกรอบ หนนี้เข้าไปข้างในละ เก็บข้าวของในล็อคเกอร์ อ้าว.. เฮ้ย ถือแฟ้มอะไรม๊า?!? เอกสารที่ต้องใช้มันไม่ได้อยู่ในแฟ้มนี้ สงสัยว่าจะหยิบผิดตอนกลับเข้าไปหยิบหนังสือในห้อง ฮ่วย

คราวนี้เริ่มงึดละ อารมณ์ไม่ดี เดินกลับบ้านอีกหนคราวนี้ แวะพักกินข้าวเที่ยงมันเลยดีกว่า งี่เง่าก่งก๊งขนาดนี้ สงสัยน้ำตาลไม่พอไปเลี้ยงสมอง ว่าแล้วก็ต้มมาม่ากิน (ฮ่า.. ดูมีสารอาหารที่จะเป็นประโยชน์มากเชียว) อิ่มนั่นแหละ ถึงได้ออกเดินทางอีกรอบ คราวนี้เช็คอย่างดี ว่าหยิบไปไม่ผิด เดินไปห้องสมุดเป็นรอบที่สาม หนนี้สำเร็จดีทุกอย่าง เจรจางูๆ ปลาๆ ก็ทำได้ไม่มีปัญหา

จากนั้นก็ถึงตาของศูนย์คอมพิวเตอร์ ต้องเดินขึ้นเขาไปอีกตั้งไกล มหาวิทยาลัยทำไมช่างใหญ่โตและใกล้ชิดธรรมชาติเยี่ยงนี้! ร้อนก็ร้อน เหงื่อแตกพลั่กๆ กว่าจะถึงก็มีหอบอ่ะ ไปถึงก็บอกเค้าว่าจะลาออกฮ่ะ ช่วยประทับตราให้หน่อย ทำการเจรจาอีกรอบ งูๆ ปลาๆ อีกเหมือนเดิม แต่ก็เรียบร้อยดี ได้ตราประทับมาครบถ้วน คราวนี้ก็แค่เดินกลับไปขอลายเซ็นคุณครูวิมเมอร์กับเจ้าหน้าที่ที่คณะ แล้วก็ส่งคืนให้สำนักทะเบียนคณะ

ระหว่างที่กำลังเดินลงเนิน จ้ำได้ไวขึ้นนิดนึง เพราะเป็นการเดินลงเขา แต่ก็ยังร้อนอิ๊บอ๋าย จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงใครพูดอะไรบางอย่างข้างๆ เรานี่เอง ไอ้หนุ่มนี่มันใครหว่า? มาเดินตีคู่ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้อ่ะ  รู้แต่ว่าแอบมองเอกสารในแฟ้มใสที่เราถือเดินเฉิบๆ อยู่ แล้วก็ถามว่า จะไปลงทะเบียนสอบหรอ แค่นี้ก็ว่าแปลกละนะ แต่ก็ตอบไป บอกว่าเปล่า .. คิดว่าจะจบ แต่ไม่จบฮ่ะ ยังพยายามชวนคุย ถามนั่นถามนี่ เอ่อ.. ไม่รู้จะเลี่ยงไปทางไหน มันยังไม่มีทางแยกให้เดินหนี (ยกเว้นเดินเข้าป่าไปซะ) ก็เลยบอก ชั้นเรียนเป็นภาษาอังกฤษอ่ะ ตอบเธอเป็นเยอรมันมันยาก .. คิดว่าแบบนี้น่าจะจบ ปรากฏว่าไอ้หนุ่มนี่เปลี่ยนเป็นคุยภาษาอังกฤษซัดเดนลี -*-

มาแยกทางกันได้ตอนลงเนินแล้ว ไอ้หนุ่มแยกเข้าเมนซา ส่วนเราเดินไปคณะ เฮ่อ.. ค่อยยังชั่ว ไม่อยู่ในโหมดจะผูกมิตรซักเท่าไหร่ แล้วก็สรุปว่าภารกิจสุดท้ายนี้ไม่ลุล่วงฮ่ะ คุณครูไม่อยู่ ไม่ได้นัดไว้ล่วงหน้าอ่ะ อ่ะ.. โอเค ไม่เป็นไร ยังมีอย่างอื่นให้ทำอีกเยอะ เข้าเมืองไป Rathaus ขอใบรับรองการพำนักไว้ก่อนก็ละกัน ตอนไปขอวีซ่ามันต้องใช้ใบนี้ เสร็จเรียบร้อยแล้วก็กะว่าจะลองเดินหาคลีนิคหมอโรคผิวหนัง เสิร์ชหาอยู่เมื่อคืน รู้สึกว่าจะอยู่ไม่ไกลจาก Rathaus แต่ลืมเอากระดาษที่จดที่อยู่มา อาศัยแผนที่เมืองนั่นแหละ เดินหาเอานิดนึง

ไปถึงคลีนิคก็เข้าไปขอนัด เพราะหาหมอเมืองนี้ไม่นัดนี่อย่าหวังว่าจะได้ตรวจ คุณเจ้าหน้าที่ก็แสนจะเฟรนด์ลี่ อดทนกับภาษาเยอรมันงูๆ ปลาๆ ของเราดีเชียว ทีแรกก็กะว่ารอนานหลายอาทิตย์ก็ต้องยอม ไม่งั้นก็ต้องไปหาหมอที่แอร์ฟวร์ทละ ระหว่างที่รอทำประวัติ มีตอนนึงที่คุณเจ้าหน้าที่ซักว่าเป็นมานานแค่ไหน เราก็ตอบไปตามจริงว่า ประมาณห้าเดือนแล้ว สงสัยตรงนี้แหละจุดเปลี่ยน ฮ่าๆๆ เพราะไปๆ มาๆ ได้ตรวจเลย

งงนะเนี่ย ไม่ได้เตรียมตัวมาตรวจเล้ย เสื้อผ้าก็ใช่แบบที่จะสามารถเปิดให้ดูอาการได้ง่ายๆ ที่สำคัญ ยังไม่ได้หาศัพท์ไว้เลย คำที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้เนี่ย ภาษาเยอรมันมันว่ายังไงกันบ้าง (ภาษาอังกฤษยังนึกไม่ทันเรย) แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดีอีกเช่นกัน งูๆ ปลาๆ ไปรอบที่สามสิบแปดสำหรับวันนี้วันเดียว ฮ่าๆ โชคดีที่คุณหมอผู้หญิงก็เฟรนด์ลี่ดีเหมือนกัน ให้ยามาทา อธิบาย แล้วก็ให้กลับบ้าน ตังค์เติงยังไม่ได้จ่ายเลยนะเออ? ถามทั้งกับหมอ ทั้งคุณเจ้าหน้าที่เพื่อความแน่ใจ เค้าก็บอกว่า เดี๋ยวส่งบิลไปเก็บที่บ้านอีกที เออ.. มีงี้ด้วยแฮะ

ออกจากคลีนิคมาด้วยความงงๆ ปนดีใจ (ที่ได้ตรวจนะ ไม่ใช่ที่ไม่ได้จ่ายตังค์) กลับบ้านดีกว่า ปวดตรีนไปหมดแล้ว ระยะทางที่เดินไปเดินมาวันนี้นี่น่าจะหลายกิโลอยู่ ทั้งในมหาวิทยาลัย ทั้งในเมือง กลับบ้านไปทำสปาเก็ตตี้คาโบนารากินดีกว่า ว่าแล้วก็แวะซื้อกับข้าวแล้วก็กลับบ้านไปทำ อาทิตย์ที่แล้วทำไปครั้งนึง ทำให้น้องหนุ่ยกับคริสกินด้วย ก็ว่าอร่อยดี วันนี้เลยจะทำอีก ทำบ่อยๆ จะได้เก่งๆ แต่เอ.. ทำไมมันออกมาไม่เหมือนกับที่ทำเมื่ออาทิตย์ที่แล้วหว่า? ถึงกระนั้นก็ว่าอร่อยดี เติมไปสองรอบถ้วน เหลืออีกหน่อย เก็บไว้กินพรุ่งนี้

มึนงงส่งท้ายกับอีเมลของคุณครูวิมเมอร์ ตอบกลับมาบอกว่า คุณครูไม่อยู่คณะ จะกลับโน่นเลยปลายอาทิตย์หน้า แว๊ก.. แล้วงี้จะมีผลอะไรมั้ยเนี่ย?!?


(ป.ล. เนื่องจากเป็นการอัพย้อนหลัง เลยมาตอบได้ตรงนี้เลย ว่าทำไมคาโบนาราวันนี้มันไม่เหมือนเมื่ออาทิตย์ก่อน มาถึงบางอ้อเอาเช้าอีกวันนึงอ่ะฮ่ะ เปิดตู้เย็นแล้วเจอพาเมซานชีส ถึงได้นึกได้ว่าเมื่อวานนี้ลืมใส่ชีสฮ่ะ ดีนะ.. ทำคาโบนารา แต่ไม่ใส่ชีส ได้ข่าวว่าเป็นส่วนผสมสำคัญนี่!!)


     Share

<< มีแก่ใจ (แต่ไม่ยักกะมีใจ)ยังอยู่ในระยะรีบเร่ง >>

Posted on Thu 21 Jul 2011 3:54




Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 
 
 
The best template from http://www.oblog.cn