Calendar
 
   
 
Diary Update
 
 
@Potsdam
คืนสุดท้ายในเบอร์ลิน
ย่ำต๊อกๆ ในเบอร์ลิน
Beginning of ...
Nanny in Berlin
งาน(ราษฎร์), งาน(หลวง), (หา)งาน
วันเกิดน้องดา
งานเสร็จแล้ว ป่วยได้ - -''
Professional Nanny II
Professional Nanny I
เริ่มอาชีพพี่เลี้ยง
Job or Jail?
สองวันกับติณณ์
ยังอยู่ในระยะรีบเร่ง
ก่งก๊ง งงๆ และเง็งๆ
มีแก่ใจ (แต่ไม่ยักกะมีใจ)
Weekend in Hessen
ในใจ
บวชเนกขัมมะ วันสุดท้าย
Master Kwan
1st Telephone Job Interview
บวชเนกขัมมะ วันที่ ๓ - อาหาร, สังขาร, และความอดทน
บวชเนกขัมมะ วันที่ ๒ - สุข สงบ
i'm afraid of July
บวชเนกขัมมะ วันที่ ๒ - พบมารผจญ
เนื้อแดดเดียว
บวชเนกขัมมะ วันที่ ๑
รู้วันสอบแล้ว
Power Kite
Thai Style Picnic
วันเกิดโทเมกและหมาก้า
Popcorn Alone
ก็ยังคงชิล
วันส่งธีสิส
พักหน่อย
It's My Thesis :)
Done.
ข่าวที่โล่งใจ
ใกล้เข้าไปทุกที

 
 
Favourites Diary
 
  nunakuzaa
wittenham
cubic world
pingping
durian
chronus
oni
highway
nongjasper
coliocat
oattoto
milk
noon
anni
bas
foxy baby
returntoretro
 
 



 

Master Kwan
06.07.11

เมื่อวานจนเย็นแล้วก็ยังเตรียมสคริปต์สำหรับพรีเซ็นท์ไม่เสร็จ ทันย่ามาจากเบอร์ลิน ก็แวะมาหา มาคุย มาแนะนำ โรจน์กับน้องดาก็มาช่วยซ้อมทั้งๆ ที่สคริปต์ยังไม่เสร็จดีนั่นแหละ นั่งเตรียมสไลด์ และเตรียมเนื้อหา กว่าจะเสร็จปาเข้าไปตีสามครึ่ง แว๊ก.. ยังไม่ได้ลองซ้อมอ่านทั้งหมดเลย จำไม่ได้อ่ะว่าจะพูดอะไรบ้าง ก็ต้องมาลองอ่านดูซะหนึ่งรอบก่อน สรุปว่ากว่าจะได้ลงนอนก็ฟ้าสางอีกแล้ว เดี๋ยวนี้ตีสี่มันเริ่มจะสว่างแล้วรึ?!?

รีบนอน หวั่นใจเหมือนกัน กลัวว่าจะนอนไม่หลับ แต่ก็หลับนะ เย่.. ตั้งนาฬิกาปลุกไว้เก้าโมง ตื่นรอบแรกตั้งแต่เจ็ดโมง ตื่นขึ้นมาดูนาฬิกา เพราะกลัวว่าจะนอนเพลิน ขืนตื่นมาแล้วมันเลยเวลาสอบไปแล้วอะไรแบบนี้ <- ฮ่า.. สัญญาณความประสาทเริ่มมาละ แต่ก็ยังอุตส่าห์นอนต่อได้นะ หลับด้วย กรั่กๆ ก็เค้าจะตื่นเก้าโมงอ้ะ นอนน้อยเดี๋ยวเบลอ

เอาเข้าจริงก็มีแถมเป็นเก้าครึ่งอีกตะหาก ฮ่าๆๆ ล้างหน้าล้างตาแล้วก็ทำอาหารเช้ากิน กินเสร็จก็ซ้อมอีกรอบ รอบนี้แบบเปิดพรีเซ็นเทชั่นด้วย แต่ยังไม่จับเวลา เพราะว่ายังไม่แม่นบท อ่านให้มันคุ้นปากและเข้าหัวก่อน เสร็จรอบนี้ก็ไปอาบน้ำแต่งตัว บรรจงเลือกชุดสุภาพที่สุดมาใส่ แล้วก็มานั่งซ้อมอีกรอบ ทีนี้จับเวลาละ

อ่ะเจ้ย.. ฟาดไปเกือบ ๓๐ นาที! เค้าให้แค่ ๒๕ นาที ซึ่งก็จะเหลือแค่ ๒๐ นาทีด้วยซ้ำ ตัดไรออกดีล่ะเนี่ย จะมา edit ก็ไม่ทันซะละ ถึงเวลาต้องไปขึ้นเขียงแล้ว รีบเก็บข้าวเก็บของแล้วก็ดิ่งไปห้องสอบ เราได้ห้องที่คุ้นเคยมาก เวลาสอบคือ ๑๑.๔๕ น. EAZ 1315 สมัยเรียนวิชาแรกกับคุณครูวิมเมอร์ก็ห้องนี้หละ

มีคนเข้าฟังทั้งหมดเจ็ดคนแน่ะ สามคนคือพวกคุณครู อีกสี่คนคือเพื่อนๆ ได้แก่ น้องดา ทันย่า มารี อิยาน่า พอต่อสมอลลี่กับโปรเจ็คเตอร์เรียบร้อยปั๊บคุณครูก็ให้เริ่มเลย แต่บอกว่าจะใช้เวลาในการพรีเซ็นท์ประมาณ ๑๐ นาที ไม่เกิน ๑๕ นาที เจ้ย!! ทำไมมันหดลงเรื่อยๆ อ่ะ

อ้อ.. ก่อนเริ่ม คุณครูก็ทักทาย และถามว่าพร้อมมั้ย? รู้สึกโอเคมั้ย? ฮ่า นั่นสิ รู้สึกยังไงกันแน่เรา??

รู้สึกว่าตื่นเต้นน้อยกว่าที่ควรจะเป็น วันแรกๆ ที่ได้รับคอมเม็นท์มายังรู้สึกว่ากลัวที่จะต้องมาสอบจบวันนี้มากกว่าที่เป็นอยู่นี่เยอะมาก พอถึงเวลาจริงๆ กลับไม่รู้สึกตื่นเต้นอย่างที่คิด อาการทางกายไม่มีแน่ๆ มือไม่สั่น เสียงไม่สั่น สติก็อยู่ครบ ไม่มีหลุด ไม่มีพูดมั่ว ไม่มีด้นสดแล้วหาทางลงไม่เจอ รู้สึกว่าพูดไปเรื่อยๆ

จนคุณครูบอกว่าเหลืออีกสองนาทีนั่นแหละ ถึงได้เร่งความเร็วขึ้นหน่อย ตัดเนื้อหาได้อย่างไม่สะดุดด้วย แล้วก็จบการพรีเซ็นท์ในประมาณ ๒๐ นาที จากนั้นก็เป็นขั้นตอนของการซักถาม กลั๊วกลัวขั้นนี้นะ แต่พอถึงเวลาก็ยิ้มสู้ แล้วก็พบว่าไม่มีอะไรน่ากลัวอย่างที่จิตนาการไว้

ต้องขอบคุณคุณครูจากภาควิชานี้ ค่อนข้างใจดีล่ะมั้ง (เหมาะกับภาคมาก ภาคนี้คือ Virtual World and Digital Games) บรรยากาศในห้องสอบมันก็เลยเป็นไปแบบไม่เคร่งเครียดมาก ไม่มีมาเก๊กหน้าขรึมใส่ หรือทำหน้าผิดหวังให้เห็น คุณครูถามมา เราก็พยายามตอบไป ตอบถูกใจมั้ยไม่รู้ แต่หนูได้ตอบล่ะ ฮ่า.. แม้แต่ครอยซี่ก็ยังไม่โหดกับเรา จริงๆ เค้าก็ไม่เคยโหดกับเราเลยนะ ก็คุยกันดีๆ ธรรมดา ไม่มีจิกกัด (น้องหนุ่ยบอกว่า ก็พี่หวานไม่ได้ไปแรงใส่เค้า เค้าก็เลยไม่แรงกลับ อืม.. ชีวิตนี้ก็ไม่เคยแรงใส่ใครอยู่แล้วอ่ะนะ แบบว่าทำไงอ่ะ บางทีก็อยากแรง แต่มันแรงไม่เป็น)

ถามตอบครบเวลาแล้ว คุณครูก็เชิญทุกคนออกจากห้อง เหลือแต่พวกคุณครูสามคน หารือกันพักนึง แล้วก็เรียกเราเข้าไป จับมือแสดงความยินดีแล้วก็บอกว่าปรึกษากันแล้ว เห็นชอบว่าให้เราได้เกรด ๒.๗ แล้วก็อธิบายเพิ่มเติมว่างานเราด้อยตรงไหน ฟังแล้วก็เข้าใจแหละ มันจริงอย่างที่คุณครูว่า แต่แค่นี้เราก็ซาบซึ้งแย๊ว เกรดเกริดไม่ได้สำคัญมากหรอกสำหรับเรา ขอบคุณคุณครูวิมเมอร์จากใจจริง (จริงๆ อยากยกมือไหว้มากๆ มือมันจะขึ้นเองอัตโนมัติหลายทีละ แต่ยังยั้งไว้อยู่) เค้ารู้ว่าเราเป็นยังไง เคี่ยวเข็ญกันมาตั้งแต่เทอมแรกยันวันสุดท้ายของการเป็นนักเรียนเลยจริงๆ :')

แต่ที่ฮาคือเสียงเฮเสียงกรี๊ดของเพื่อนๆ เล่ากันใหญ่ว่าเราระหว่างที่พรีเซ็นท์นั้นเป็นยังไง ฮ่าๆๆ อื้ออึงว่ายูดีเฟนด์ตัวเองได้เยี่ยมมาก มั่นใจมาก ดูเป็นคนละคนเลย ตกลงตื่นเต้นจริงป่าวเนี่ย? สามารถตอบคำถามได้อย่างมั่นอกมั่นใจ  ต้องขอบคุณเพื่อนเหมือนกันที่มานั่งอยู่ในห้องด้วยวันนี้ ไม่งั้นก็คงต้องมองแต่พวกคุณครูทั้งสามคนอ่ะ นี่มีเพื่อนหลายคน ก็มองคนนั้นบ้าง คนนี้บ้าง ยิ้มบ้างอะไรบ้าง มันช่วยได้จริงๆ นะ ไอ้คำว่า "มาเป็นกำลังใจ" เนี่ย



ไม่อยากจะเชื่อว่าเสร็จแล้ว เสร็จแล้วจริงๆ ด้วย สมบูรณ์
เคยรู้สึกว่ามันยากซะจนนึกไม่ออกว่ามันจะเสร็จสมบูรณ์ยังไง
เคยทรมานกับมันซะจนจิตตกแล้วตกอีก จะบ้าแหล่มิบ้าแหล่
แล้วจู่ๆ วันนี้มันก็เสร็จ ย้ำๆ กับตัวเองหลายหนมาก ว่าแกทำได้จริง

ไม่ลั้ลลาเกินงาม เพราะรู้ว่าเรียนจบมันไม่ใช่ที่สุดของชีวิต
อาจจะไม่มีโอกาสได้ลั้ลลาเกินงามด้วยซ้ำ เพราะก็ยังไม่รู้ว่าแล้วอะไรคือที่สุดของชีวิต
จากนี้ก็ตั้งหน้าตั้งตาหางานทำ ได้ไวเท่าไหร่ก็ดีกับเราและครอบครัวมากเท่านั้น


     Share

<< 1st Telephone Job Interviewบวชเนกขัมมะ วันสุดท้าย >>

Posted on Thu 7 Jul 2011 5:09




Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 
 
 
The best template from http://www.oblog.cn