Calendar
 
   
 
Diary Update
 
 
ย่ำต๊อกๆ ในเบอร์ลิน
Beginning of ...
Nanny in Berlin
งาน(ราษฎร์), งาน(หลวง), (หา)งาน
วันเกิดน้องดา
งานเสร็จแล้ว ป่วยได้ - -''
Professional Nanny II
Professional Nanny I
เริ่มอาชีพพี่เลี้ยง
Job or Jail?
สองวันกับติณณ์
ยังอยู่ในระยะรีบเร่ง
ก่งก๊ง งงๆ และเง็งๆ
มีแก่ใจ (แต่ไม่ยักกะมีใจ)
Weekend in Hessen
ในใจ
บวชเนกขัมมะ วันสุดท้าย
Master Kwan
1st Telephone Job Interview
บวชเนกขัมมะ วันที่ ๓ - อาหาร, สังขาร, และความอดทน
บวชเนกขัมมะ วันที่ ๒ - สุข สงบ
i'm afraid of July
บวชเนกขัมมะ วันที่ ๒ - พบมารผจญ
เนื้อแดดเดียว
บวชเนกขัมมะ วันที่ ๑
รู้วันสอบแล้ว
Power Kite
Thai Style Picnic
วันเกิดโทเมกและหมาก้า
Popcorn Alone
ก็ยังคงชิล
วันส่งธีสิส
พักหน่อย
It's My Thesis :)
Done.
ข่าวที่โล่งใจ
ใกล้เข้าไปทุกที
ให้รางวัลตัวเองนิดนึง
เสร็จแบบยังไม่สมบูรณ์

 
 
Favourites Diary
 
  nunakuzaa
wittenham
cubic world
pingping
durian
chronus
oni
highway
nongjasper
coliocat
oattoto
milk
noon
anni
bas
foxy baby
returntoretro
 
 



 

บวชเนกขัมมะ วันที่ ๓ - อาหาร, สังขาร, และความอดทน
04.07.11

(๒๕ มิ.ย.) เข้าวันที่สามของการมาถือศีลอยู่ที่วัด เริ่มจำชื่อพี่ป้าน้าอาคนอื่นๆ ได้บ้างแล้ว มาครั้งนี้แก๊งค์ DDR เราเด็กสุด (พระอาจารย์เรียกพวกเราแบบนั้นอ่ะนะ เพราะมาจากฝั่งเยอรมันตะวันออกกัน) น้องดานี่เด็กที่สุดในบรรดาคนที่มาปฏิบัติธรรมอ่ะ อย่างที่บอก คนอื่นๆ เค้าเป็นรุ่นใหญ่ๆ กันหมดจริงๆ บางรายเป็นย่าเป็นยายแล้วด้วยซ้ำ อยู่เยอรมันกันมานาน มีลูกมีหลาน มีครอบครัว ไม่เหมือนพวกเราที่ยังเป็นนักเรียนๆ กันอยู่ ที่ประทับใจเราที่สุดคือ พวกป้าๆ น้าๆ เหล่านี้ ทำอาหารกันเทพมาก ทุกคนมีฝีมือระดับแม่ครัวใหญ่ กับข้าวกับปลานี่ราวกับว่าอยู่ไทยก็ไม่ปาน อลังการ และอร่อยได้รสไทยแท้ๆ อะไรที่อยากกิน แต่ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้กินในระยะเวลาที่อยู่เยอรมัน ก็มาได้กินวันนี้นี่แหละ อาหารทั้งหลายนี่เราไม่ตื่นเต้นมาก เพราะกินพวกแกงๆ เผ็ดๆ ทั้งหลายไม่ค่อยเก่ง แต่ของหวานเนี่ยเล่นเอาข่มใจสำรวมได้ยากมาก ฮ่าๆๆ เมื่อวานทำไข่หงส์กับปลากริมไข่เต่า วันนี้เตรียมปั้นแป้งทำบัวลอยสำหรับวันพรุ่งนี้ แล้วยังจะมีปาท่องโก๋และขนมดอกจอกอีกตะหาก ทำกันเหมือนมันช่างง่ายดายซะเหลือเกิน เสียดายแค่วันนึงๆ นี่กินได้แค่รอบเดียว

ส่วนเรื่องการนั่งสมาธิก็ดูเหมือนว่าจะเริ่มแพ้สังขารตัวเอง หวังที่จะนั่งได้นิ่งๆ แบบเมื่อวาน ก็ดูว่าจะไปไม่ถึงจุดนั้นแฮะ รอบเช้ากับเพลนี่นั่งแล้วปวดหลัง คิดว่าคงเป็นที่สรีระเราเอง พอพยายามยืดหลังให้ตรง ซักพักก็รู้สึกปวดที่บั้นเอว จุดเดิมที่เคยมีปัญหาตลอดยี่สิบกว่าปีมานี่หละ ต้องพยายามหาโพสิชั่นที่การถ่ายน้ำหนักมันจะไม่ทำให้เกิดปัญหา พอจะไม่ฝืน ปล่อยตัวตามสบาย ทิ้งน้ำหนักตามธรรมชาติ ก็กลายเป็นว่านั่งหลังค่อมคุดคู้ เฮ้อ.. นอกจากนั้นยังจะมารู้สึกคันๆ อะไรอีกก็ไม่รู้ วันแรกกับวันที่สองนี่ไม่เคยคันนะ เพิ่งมาเป็นวันนี้นี่หละ อะไรก๊าน อะไรกัน

พอมารอบบ่ายกับรอบเย็นนี่ยิ่งแล้วใหญ่ ไม่เคยเป็นเหน็บก็เป็นเหน็บซะอย่างนั้น แต่ที่รุนแรงสุดคือรู้สึกปวดกระดูกก้นกบข้างขวา จุดที่มันสัมผัสกับพื้นนั่นแหละ ปวดจริงๆ ปวดจากจุดนั้นแล้วมันแผ่รัศมีความปวดออกมา ปวดมาก แต่แข็งใจไม่ยอมเปลี่ยนท่า ไม่ยอมขยับ แต่ถามว่าใจนิ่งมั้ย มันก็ไม่นิ่งได้หรอกแบบนี้ บอกตัวเองตลอดเวลาว่า เออ.. เจ็บ เจ็บ มันปวด อือ ปวด งืองือ ปวดตรงนี้ๆ แล้วก็อดทนนั่งต่อไปให้ครบชั่วโมง แล้วอาการพวกนี้แปลกนะ พอออกจากสมาธิปุ๊บ หายปั๊บ เอากะมันสิ! ตรงกระดูกก้นกบนี่เข้าใจได้ ว่าพอเปลี่ยนจากนั่งขัดสมาธิเป็นนั่งพับเพียบ เปลี่ยนจุดรับน้ำหนัก มันก็หายปวด แต่อาการเหน็บชานี่อ่ะ ปกติมันจะยังรู้สึกชาๆ ต่ออีกพักนึงไม่ใช่หรอ ต่อให้พยายามเปลี่ยนท่าหรือนวดๆ มัน แต่ก็กลายเป็นว่าพอลืมตาก็หายสนิทเป็นปลิดทิ้งจริงๆ ตกลงมันเป็นเหน็บจริงๆ คือคิดไปเองเนี่ย ฮ่า..

สรุปว่าวันนี้นั่งสมาธิไม่ได้ผลดีเท่าเมื่อวาน แต่ที่พอใจคือน้ำอดน้ำทนของตัวเอง อย่างน้อยๆ ก็เอาชนะความเจ็บปวดได้ดี ไม่เพลี่ยงพล้ำเสียทีให้กับมัน :)

     Share

<< บวชเนกขัมมะ วันที่ ๒ - สุข สงบ1st Telephone Job Interview >>

Posted on Mon 4 Jul 2011 15:40




Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 
 
 
The best template from http://www.oblog.cn