Calendar
 
   
 
Diary Update
 
 
Beginning of ...
Nanny in Berlin
งาน(ราษฎร์), งาน(หลวง), (หา)งาน
วันเกิดน้องดา
งานเสร็จแล้ว ป่วยได้ - -''
Professional Nanny II
Professional Nanny I
เริ่มอาชีพพี่เลี้ยง
Job or Jail?
สองวันกับติณณ์
ยังอยู่ในระยะรีบเร่ง
ก่งก๊ง งงๆ และเง็งๆ
มีแก่ใจ (แต่ไม่ยักกะมีใจ)
Weekend in Hessen
ในใจ
บวชเนกขัมมะ วันสุดท้าย
Master Kwan
1st Telephone Job Interview
บวชเนกขัมมะ วันที่ ๓ - อาหาร, สังขาร, และความอดทน
บวชเนกขัมมะ วันที่ ๒ - สุข สงบ
i'm afraid of July
บวชเนกขัมมะ วันที่ ๒ - พบมารผจญ
เนื้อแดดเดียว
บวชเนกขัมมะ วันที่ ๑
รู้วันสอบแล้ว
Power Kite
Thai Style Picnic
วันเกิดโทเมกและหมาก้า
Popcorn Alone
ก็ยังคงชิล
วันส่งธีสิส
พักหน่อย
It's My Thesis :)
Done.
ข่าวที่โล่งใจ
ใกล้เข้าไปทุกที
ให้รางวัลตัวเองนิดนึง
เสร็จแบบยังไม่สมบูรณ์
เหลืออีกหน่อย (ทั้งงานและพลัง)

 
 
Favourites Diary
 
  nunakuzaa
wittenham
cubic world
pingping
durian
chronus
oni
highway
nongjasper
coliocat
oattoto
milk
noon
anni
bas
foxy baby
returntoretro
 
 



 

บวชเนกขัมมะ วันที่ ๒ - สุข สงบ
03.07.11

ลุ้นผลเลือกตั้งด้วยใจตุ๊มๆ ต่อมๆ แต่เหมือนจะเดาได้เลาๆ จากการไล่อ่านสเตตัสอัพเดทของคนอื่นๆ บทเฟสบุค :( จะยังไงก็คงทำได้แค่ยอมรับล่ะนะ ระหว่างที่รอผลอย่างเป็นทางการ ก็บันทึกประสบการณ์ปฏิบัติธรรมต่อละกัน

 

(๒๔ มิ.ย.) บ่ายสามโมงได้เวลาทำวัตรอีกครั้ง ครั้งนี้ก็ค่อยหาบทสวดได้ไวขึ้น ตะครุบทันกว่าสองครั้งแรก ฮ่าๆๆ สวดมนต์เสร็จก็นั่งสมาธิ รอบนี้ทำไมพระอาจารย์ถึงเปิดเทปเทศน์แค่ครึ่งชั่วโมงก็ไม่รู้? ปกติจบกัณฑ์แรกแล้วจะต้องมีกันฑ์ที่สอง แล้วเวลารวมก็จะได้ประมาณชั่วโมงนิดๆ แต่เรากลับรู้สึกว่า ครึ่งหลังที่เงียบสนิทเนี่ย เราทำสมาธิได้ดีกว่า

เราสงสัย และก็เอาไปถามป้าปูตั้งแต่วันแรกแล้ว ว่าตอนที่นั่งสมาธิเนี่ย ให้หนูคิดตามเสียงเทศน์ของหลวงปู่หลวงตามั้ย? เพราะส่วนตัวรู้สึกว่าทำไม่ได้อ่ะ มันยากเกินไป เนื้อหาที่ท่านสอนก็ต้องคิดตามอ่ะ ภาษาบางทีก็ไม่คุ้นด้วย แล้วถ้าคิดตาม ใจจะสงบได้หรือ? ป้าปูว่า คนที่ฝึกมาเยอะแล้วเค้าสามารถ เพราะฉะนั้น เราว่าเราเอาแค่นั่งให้มันนิ่งๆ ใจสงบๆ ไม่คิดถึงอะไร แค่นั้นก่อนก็พอ

ไม่คิดว่าการ "ไม่คิด" มันจะย๊ากยากแบบนี้ ถ้าเรียกตามภาษาพระ ว่าสิ่งที่ต้องกำหนดและควบคุม มันคือ จิต ไอ้เจ้าจิตนี่มันก็ช่างเหมือนว่าไม่ใช่ของเราเหลือเกิน ไม่ยอมอยู่ใต้ความควบคุมกันง่ายๆ เหมือนมันเป็นอีกหน่วยนึง ที่พร้อมจะวิ่งไปนู่นวิ่งไปนี่ตลอดเวลา แล้วก็ไม่รู้ที่คิดว่าไม่คิดแล้วเนี่ย จริงๆ มันก็คือการคิดว่าไม่คิดหรือเปล่า? (งงกันมั้ยค๊า? งงอ่านใหม่ช้าๆ ทีละคำๆ เน้อ)

เหมือนพระอาจารย์รู้นะว่าเราสงสัย ท่านอธิบายแล้วเรากระจ่าง เหมือนมีกราฟิกรูปหลอดไฟมาบลิ๊งค์อยู่บนหัวเราเลย ฮ่า.. ท่านบอกว่า จิตมันก็เหมือนไฟฉาย ที่เราหลับตาแล้วยังเห็นนู่นเห็นนี่ คิดนั่นคิดนี่ เพราะมันฉายไฟออกไปกระทบสิ่งต่างๆ เกิดมากี่ปีกันแล้วล่ะ สิ่งต่างๆ ที่สะสมไว้มันก็มากมายมหาศาล มันก็เลยคิดไปได้เยอะแยะ เพราะฉะนั้น ง่ายๆ ปิดไฟฉายนั้นซะ

นั่งสมาธิรอบนี้ไม่รู้ว่าเพราะสภาพร่างกายพร้อม สภาพแวดล้อมพร้อม ทุกปัจจัยเอื้อเกื้อหนุนกันหมดหรือไงนะ สามารถนั่งได้ดีมาก สงบที่สุดเท่าที่เคยสัมผัสมา ใจนิ่งเหมือนน้ำเรียบๆ วงกระเพื่อมน้อยๆ แทบไม่มี กายก็สบายมาก ที่เขาพูดกันว่าเบาสบาย มันคงเป็นแบบนี้นี่เอง ไม่มีความเมื่อยขบเกิดขึ้น นั่งได้เรื่อยๆ เป็นสุขที่สุด จนถึงเวลาต้องออกจากสมาธิยังอดอาลัยอาวรณ์ความรู้สึกที่เกิดขึ้นระหว่างที่นั่งสมาธิอยู่ไม่ได้ อยากมีสภาวะนั้นอีกจริงๆ :')


     Share

<< i'm afraid of Julyบวชเนกขัมมะ วันที่ ๓ - อาหาร, สังขาร, และความอดทน >>

Posted on Sun 3 Jul 2011 16:43




Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 
 
 
The best template from http://www.oblog.cn