อาวุธคู่มือ
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมามีสอบแปลค่ะ จริงๆ วิชาฝึกแปลนี้มีสอบมา 2 ครั้งแล้ว แต่เพิ่งมาครั้งล่าสุดนี่แหละที่เป็นการสอบแปลแบบที่ให้แปลจริงๆ ครั้งที่ผ่านๆ มาเป็นเรื่องของทฤษฎีกับความเข้าใจ
ข้อสอบคือบทความวิชาการ ให้มาทั้งบทความ แต่อาจารย์ให้แปลเฉพาะบางส่วนเท่านั้น รวมกันแล้วก็ประมาณครึ่งหน้า ไม่เกินนี้ เป็นการสอบที่เราชอบใจมากๆ เพราะไม่ต้องเตรียมตัวอะไรก่อนสอบ ฮ่าๆ ก็จะให้อ่านอะไรล่ะ มันแล้วแต่บุญกรรมที่สะสมมาจนถึงวันสอบเท่านั้น
แน่นอนว่าอาจารย์อนุญาตให้ใช้ดิคชันนารีได้ตามสะดวก (อารมณ์เหมือนการทำข้อสอบ open book นะ ถึงจะเปิดตำราได้ แต่บางทีก็ไม่ช่วยอะไร) แกบอกไว้แต่แรกอยู่แล้วว่าให้พก "อาวุธ" มาให้เต็มที่ พอใกล้ๆ จะถึงเวลาสอบ จอมยุทธทุกคนก็เริ่มงัดอาวุธของตัวเองขึ้นมาประจำการบนโต๊ะ (อ๊ะอ๊าง..จะมีใครคิดไปเรื่องอื่นมั้ยเนี่ย!?) เผยให้คนอื่นได้เห็นกันเป็นครั้งแรกว่าใครพึ่งพาอะไรกันบ้าง (คนเดียวที่ลืมติดอาวุธคือสหายสนิทของเราเอง แต่ไม่เป็นไร มันเก่ง อิอิ)
ก็เป็นภาพที่แปลกตาดีฮ่ะ โต๊ะเลกเชอร์เล็กๆ ทุกโต๊ะดูเล็กลงไปกว่าเดิม เพราะบรรดาดิคชันนารีเล่มเขื่องๆ ของแต่ละคน แต่ที่ชนะเลิศในครั้งนี้ คือจอมยุทธร่วมคณะเดิมของเรานั่นเอง ฮ่าๆๆ สมกับที่เป็นเด็กเรียนดี จอมยุทธคนนี้ไม่สามารถถืออาวุธของตัวเองได้หมดด้วยสองมือ ต้องพึ่งพาเครื่องทุ่นแรงอย่างกระเป๋าลาก ในกระเป๋าใบนั้นประกอบไปด้วยดิคชันนารีมากกว่า 1 เล่ม (ไซส์กล่องแฟ้บทั้งนั้น) ไม่รวมพจนานุกรม และ Thesaurus ภาคภาษาไทย
ท่ามกลางเสียงฮืออื้ออึงของเพื่อนๆ น้องคนหนึ่งที่นั่งข้างเราหัวเราะพลางมองอาวุธของเพื่อนคนนั้น แล้วหันกลับมาพินาอาวุธของเราที่วางสงบเสงี่ยมอยู่บนโต๊ะบ้าง แล้วถามว่า "เล็กไปป่าวเนี่ย?" ก็แหมนะ.. mini Dictionay (Collins GEM) เล่มจิ๋วเล่มนี้นอกจากจะเบ๊าเบาแล้วยังไม่กินที่บนผิวโต๊ะอีกตะหาก กรั่กๆๆ
โธ่.. ไม่ใช่ว่าจะเก่งเกิ่งอะไรกว่าใครเค้า แต่ว่าไม่สามารถแบกอะไรหนักๆ ได้น่ะ ลำพังของจำเป็นที่ไม่สามารถคัดออกจากกระเป๋า บวกน้ำหนักสมุดและหนังสือหนังหาที่ต้องใช้เรียน มันก็สร้างปัญหาให้กับเรามากพอแล้วอ่ะ ขืนต้องหอบดิคชันนารีเล่มโตๆ อีก คงพิการก่อนจบเทอมแน่ๆ -*-
แต่พอเริ่มสอบเราก็ไม่ได้เงยหน้าไปสังเกตวิธีการใช้อาวุธของใครแล้วอ่ะนะ เลยไม่รู้ว่าการที่พกมาหลายๆ เล่ม หรือเล่มเล็กเล่มใหญ่ มันให้ประโยชน์ต่างกันขนาดไหน อาจารย์ให้เวลาแปล 1 ชั่วโมง ก็กำลังดีอ่ะ ทำทันแบบมีเวลาทวน ไม่คุ้นนิดหน่อยกับการทำงานบนกระดาษ คนรุ่นเราน่าจะชินกับการทำงานบนคอมพิวเตอร์กันนะ นอกจากจะต้องตั้งใจกับเรื่องลายมือ (ที่ปัจจุบันแย่ลงกว่าสมัยละอ่อนมากมาย) แล้ว ทำงานผ่านโปรแกรม Microsoft Word เนี่ย มันเอื้อให้คิดไปพิมพ์ไป ไม่ดีก็กลับมาแก้ใหม่ได้ง่ายๆ แต่พอทำบนกระดาษจะมาเขียนแล้วลบๆ มันก็ลำบากอยู่ ต้องคิดให้ดีๆ นิดนึงก่อนเขียน
เราก็แปลไปดำน้ำไปได้เรื่อยๆ ผิดถูกไม่รู้ ทำได้แค่นั้นอ่ะ ผลการสอบแปลครั้งแรกยังเดาไม่ถูกว่าจะออกมาเป็นยังไง ไม่รู้จะมีไรสะเทือนใจอีกรึเปล่า.. ช่าย..มันมีมาแล้ว ไว้จะเล่าให้ฟังนะ
|