Scenes
พักนี้อัพไดให้น้ำหวานมากกว่าอัพไดตัวเอง จะยุ่งยังไงก็ต้องเจียดเวลาไปทำให้ได้ ถึงจะอยู่ไกล แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการเห่อหลานแต่อย่างใด เอิ๊กๆๆ จริงๆ แล้วมีเรื่องจะเขียนถึงหลายเรื่องนะ แต่ว่ายังไม่มีเวลามากพอมานั่งคิดและเขียนมันง่ะ
จากล่าสุดที่โอดโอยเรื่องวันศุกร์ไป จะเต็มใจหรือจำใจ พอถึงวันเสาร์และวันอาทิตย์ที่ต้องตื่นแต่เช้าไปเรียน มันก็เป็นไปโดยอัตโนมัติอยู่ดี จะยังไงก็เลือกแล้วนี่หน่า ไม่มีใครบังคับให้ทำแบบนี้ซักกะหน่อย
จะว่าไปมันก็ไม่เลวร้ายนักหรอกนะ เดินทางไม่นานและไม่เหนื่อยเท่าวันทำงานด้วยซ้ำ นั่งรถเมล์ปรื๊ดเดียวลงหน้าเตรียมอุดมแล้วก็เดินเข้าไปที่คณะอักษร อากาศดีๆ ชมนกชมไม้ในรั้วจุฬาไปเรื่อยๆ
จำได้ว่าสมัยเราเรียน เค้ายังไม่ได้ทำป้ายมาบอกว่าต้นไม้ต้นนี้ๆ ชื่ออะไร ระหว่างทางก็แวะอ่านซักหน่อย ก็ไม้ใหญ่ต้นเดิมๆ คุ้นๆ ตาทั้งนั้นแหละ แต่ไม่เคยรู้ว่าคือต้นอะไรกันบ้าง อืม.. รู้สึกดี เหมือนได้มาทำความรู้จักกันใหม่
และยิ่งรู้สึกดีขึ้นไปอีกตอนเดินผ่านหน้าคณะศิลปกรรมแล้วได้ยินเสียงคลา ริเน็ตลอยมาตามลม เงยหน้ามองหน้าต้นเสียงก็เจอว่ามีคนกำลังซ้อมอยู่ที่ระเบียง ไม่ได้เป็นเพลงเพลิงอะไรหรอก น้องเค้าก็แค่ซ้อมเบสิค ไล่สเกลธรรมดาๆ เท่านั้น
แต่ว่าฉากแบบนี้นี่แหละที่มันประทับลึกๆ อยู่ในใจมาตั้งแต่ไหนแต่ไร และแม้เมื่อเวลาผ่านไป มันจะมีฉากอื่นๆ มาซ้อนแทน พอวันนึงที่ฉากเดิมแบบนี้มันวนกลับมา มันก็เหมือนไปขุดเอาความคุ้นเคยเก่าๆ ออกมาให้พอได้ยิ้มกับตัวเอง
ถึงจะฟังดูรื่นรมย์ขนาดไหน พอเข้าห้องเรียนปั๊บก็ง่วงปุ๊บอยู่ดี หาวหวอดๆ จนแสบตา นั่งขยับไปขยับมาไล่ความเมื่อย อาการเดิมๆ เมื่อสมัยเรียนปริญญาตรีมันกลับมาครบเชียว คาบละสามชั่วโมงมันเหมือนนานแสนนาน ..
นี่ก็ฉากเก่าเหมือนกัน ให้ตายเหอะ!
|