Tokyo Towers
เมื่อวานนี้ให้รางวัลตัวเองด้วยการไปดูหนัง อิอิ Tokyo Towers เป็นเรื่องเดียวที่ดูได้เลยไม่ต้องรอเวลา
หนังญี่ปุ่นเรื่องนี้ดำเนินเรื่องแบบง่ายๆ เพลนๆ นะเราว่า คือเป็นเรื่องราวชีวิตของครอบครัวหนึ่ง เน้นไปที่ลูกชายและแม่ มีพ่อบ้างเป็นพักๆ ก็ตามชื่อจริงเค้าเลยอ่ะ Tokyo Towers - Mom & Me, and sometimes Dad

เล่ากันไปตั้งแต่ มาคุง (พระเอก) อายุแค่ 3 ขวบ แล้วก็มีความเปลี่ยนแปลงเรื่อยมาตั้งแต่แม่แยกทางกับพ่อ ย้ายที่อยู่จากเมืองใหญ่มาเมืองเล็ก จนไปถึงเมืองหลวง มาคุงโตขึ้นเรื่อยๆ แบบลุ่มๆ ดอนๆ ผ่านช่วงตกต่ำ และกำลังไต่กลับขึ้นสู่ระดับปกติ สุดท้ายมาจบที่ความเจ็บป่วยของแม่ โดยมี End Scene คือ หอคอยโตเกียว ตามชื่อ
สำหรับเรา เราว่าหนังทำได้ดีในแง่ของความซึ้งอ่ะ ความผูกพันธ์ระหว่างแม่กับลูกชายนี่ออกมาเกิน 90% ของเรื่อง นักแสดงก็เก่งๆ กันทั้งนั้น จริงๆ เราไม่เคยรู้จักหรอกว่าใครเป็นใครบ้าง รู้แต่ว่าพระเอก (โจ โอดางิริ) หล่อจังเยย.. น่าร๊ากน่ารัก ออกแนวทาเคชินะ หน้าตาได้ใจ แถมยังชอบใส่เสื้อสีชมพูอีก เหมือนรู้เลย ว่าเราแพ้ผู้ชายที่ใส่สีชมพู เอิ๊กๆๆๆ
บทหนักน่าจะอยู่ที่คนเล่นเป็นแม่ และเจ๋งตรงที่ว่า นักแสดงที่เล่นเป็นแม่ในวัยสาวกับแม่ในวัยชรา เป็นแม่ลูกกันจริงๆ และเล่นดีทั้งคู่จริงๆ ถ่ายทอดอารมณ์ผู้หญิงธรรมดาๆ คนนึงที่ต้องอดทนต่อสู้เลี้ยงลูกด้วยความเด็ดเดี่ยว.. แต่ไม่รันทด! ตรงนี้อ่ะที่เราชอบมาก ไม่ชอบดูหนังที่มีแม่แบบเศร้าๆ ปวดร้าวใจเพราะลูก อะไรแบบนี้ ตรงกันข้าม แม่ของมาคุงคนนี้มองโลกในแง่ดี มีอารมณ์ขัน ไม่เคยเกรี้ยวกราดใส่ลูกเลย ไม่ว่าจะตอนไหน
รูปแบบความรักระหว่างพ่อกับแม่ก็ไม่ธรรมดา แยกกัน ไม่ได้แปลว่าไม่รักกัน น่าจะสรุปได้แบบนี้ นอกจากฉากแม่ๆ ลูกๆ ที่ทำน้ำตาแตกตลอดแล้ว ก็มีฉากเต้นรำนี่หละ ที่ดูเหมือนไม่เศร้า แต่ซื้งซึ้ง ไปดูคนเดียว ก็ร้องไห้คนเดียวนี่หละ ไม่อายใครละ เพราะแก๊งค์ญี่ปุ่นที่นั่งหลังเรา สะอึกสะอื้นนำไปเยอะ ฮ่าๆๆ หนังไม่ได้บีบบังคับให้ร้องไห้หรอกนะ มันไหลได้เรื่อยๆ แล้วแต่ใครจะอินกับตอนไหนมากกว่า
เพลงประกอบหนังเท่าที่เราจำได้มีอยู่ 2 ตอนคือ ตอนที่แม่ไปส่งมาคุงขึ้นรถไฟไปโตเกียว เป็นการจากกันครั้งแรกของแม่ลูกคู่นี้ เป็นเพลงบรรเลงเครื่องสายอ่ะ เพราะเชียว ไม่รู้จะไปหามาฟังอีกได้จากไหน ส่วนอีกเพลงก็ตอนที่แม่กับพ่อเต้นรำในเพลง Quizás, Quizás, Quizás (หรือ Perhaps, Perhaps, Perhaps สแปนิชเวอร์ชั่น) อันนี้ชอบอยู่เป็นการส่วนตัวอยู่แล้ว
หนังยาวเกือบสองชั่วโมงครึ่งแน่ะ แต่กระนั้น ดูจบแล้วเราก็ยังรู้สึกว่ามันยังบอกไม่ครบยังไงไม่รู้ เหมือนว่ามันจะมีรายละเอียดในประเด็นอื่นๆ อีก ก็เลยยังงงๆ ว่ายังไงกันหว่า? ปรากฏว่ามารู้ทีหลังว่า อ้อ..ก่อนจะมาเป็นหนัง มันเป็นซีรี่ส์มาก่อน (นิยาย -> ละครทีวี -> หนัง) แสดงว่าสมมติฐานเราถูกต้อง มันคงมีอะไรมากกว่านี้แน่นอน ว่าแล้วก็ชักอยากดูเวอร์ชั่นที่เป็นซีรี่ส์แล้วแฮะ
ป.ล. อยากให้ไอ้น้องชายมันได้ดูหนังเรื่องนี้ เผื่อหนังจะทำให้เกิดปาฏิหาริย์บ้าง
|